กู้ฝานเพิ่งผูกม้าสีเขียวดำเสร็จ กู้ชูก็อุ้มหว่านหวานเดินออกมาจากในเรือน
เขาเดินวนรอบรถม้าหนึ่งรอบ จากนั้นย่อตัวลงดูวัวเหลือง ดวงตากลมโตไม่มีแววดีใจสักเท่าใด กลับเผยความเสียดายอยู่เต็มเปี่ยม
ม้าสีเขียวดำก้มหน้าเคี้ยวหญ้าที่กู้ฝานใส่ไว้ในราง วัวเหลืองก็ไม่ยอมน้อยหน้า ม้วนลิ้นตวัดหญ้าแห้งไปกองใหญ่
กู้ชูจ้องรางหญ้าที่ค่อย ๆ พร่องลง มุมปากกระตุกตามไปด้วย
“พี่ เจ้าสองตัวนี้เพิ่งเข้าบ้านมาได้ไม่นาน ก็เริ่มกินเสบียงของบ้านเราแล้ว”
กู้ฝานกำลังตรวจเครื่องเทียมรถม้าอยู่ พอได้ยินก็ไม่แม้แต่จะเงยหน้า
“ม้ากินหญ้า วัวก็กินหญ้า ไม่ได้กินข้าว”
“หญ้าก็เป็นของเหมือนกันนี่นา”
กู้ชูยกนิ้วขึ้นมาหนึ่งนิ้ว คำนวณอย่างจริงจังว่า “ม้าต้องกินหญ้า วัวก็ต้องกินหญ้า พอถึงฤดูหนาวไม่มีหญ้าสด ก็ต้องตัดหญ้ามาตากแห้งไว้ล่วงหน้า ถ้าพวกมันป่วย ยังต้องจ้างคนมาดูแล เสียเงินมากกว่าข้ากับหว่านหวานเสียอีก”
ม้าสีเขียวดำราวกับฟังเข้าใจ มันหันหัวมาแล้วพ่นลมหายใจใส่เขา
กู้ชูโดนลมหายใจอุ่น ๆ พ่นใส่เต็มหน้า รีบถอยหลังไปสองก้าว ยกมือเช็ดหน้า
“พี่ดูสิ มันยังขู่ข้าอีก”
มุมปากกู้ฝานขยับเล็กน้อย เขายื่นมือไปตบคอม้าเบา ๆ
“มันลากรถได้ ต่อไปเข้าเมืองก็ไม่ต้องยืมรถลากอีก ไม่ต้องเดินด้วยสองขาของเราเองด้วย วัวเหลืองไถนาได้ พอซื้อที่นาแล้ว นอกจากจะช่วยทำงานในบ้านเรา ช่วงฤดูทำนายังให้คนอื่นเช่าได้ด้วย”
กู้ชูถูปลายจมูก ยังคงเสียดายเงินอยู่ “แต่ตอนนี้พวกเรายังไม่มีที่นาสักไร่ ซื้อวัวมาก่อน แบบนี้ไม่เท่ากับปล่อยให้มันกินฟรีหรือ”
“อีกไม่นานก็มีแล้ว”
กู้ฝานจัดเครื่องเทียมรถม้าให้เรียบร้อย แล้วหันไปรับหว่านหวานจากอ้อมแขนเขา
