วันต่อมา เจียงอู๋อดใจไม่ไหว ไปลูบคลำปืนที่สัมผัสเนื้อวัสดุดีเยี่ยมพวกนั้นอีกครั้ง “คราวหน้าเราไปหาที่ที่มีสัตว์มารเยอะกว่านี้กันเถอะ”
เซี่ยจี้ไป๋จูบแก้มเธอเบา ๆ “ได้สิ อยากไปเมื่อไหร่บอกฉันล่วงหน้า เดี๋ยวจัดการให้”
แต่หลังจากนั้น สถานที่ที่มีสัตว์มารกลับหายากขึ้นเรื่อย ๆ
เพราะสัตว์มารแพร่กระจายมลพิษได้อย่างไม่รู้จบ การกวาดล้างพวกมันจึงไม่เคยหยุดลง
ตลอดหลายปีที่ผ่านมา เจียงอู๋ทำลายแหล่งกำเนิดมลพิษในพื้นที่ต่าง ๆ อย่างต่อเนื่อง กองทัพจัดการสัตว์มารที่ยังหลงเหลือ ส่วนเหล่าผู้นำทางก็เดินหน้าฟื้นฟูสภาพแวดล้อมที่ได้รับผลกระทบจากมลพิษ
สัตว์ที่เกิดในยุคหลังค่อย ๆ ไม่ได้แบกรับมลพิษอีกต่อไป ทั้งยังมีสติปัญญาเหมือนเดิม
พวกมันไม่จู่โจมมนุษย์เหมือนแต่ก่อนอีกแล้ว บางตัวที่ไม่กลัวคนถึงกับเข้ามาใกล้เมืองและอยู่ร่วมกับผู้คนอย่างเป็นมิตร
ครั้งแรกที่เจียงอู๋สัมผัสได้ถึงความเปลี่ยนแปลงนี้อย่างชัดเจน คือตอนเดินทางกลับคฤหาสน์
ข้างหน้ามีรถขนส่งจอดอยู่ บนนั้นมีนกตัวใหญ่สีเทาหม่นเกาะอยู่บนหลังคา คนขับยืนอยู่ข้างล่าง เงยหน้าคุยกับมัน
เจียงอู๋ให้รถลอยฟ้าชะลอความเร็ว แล้วเลื่อนกระจกลง
“มีอะไรเหรอ?”
คนขับจำเธอได้ รีบยิ้มทักทาย ก่อนชี้ไปยังนกที่เกาะอยู่บนหลังคา “มันอยากขึ้นรถผมไปด้วยครับ”
นกตัวใหญ่ยืดคอทันที “ฉันจะไปแค่ทะเลสาบข้างหน้า!”
“ฉันบอกเธอแล้วไงว่าฉันไม่ได้ไปทะเลสาบนั่น ฉันต้องเข้าเมืองไปส่งของ เส้นทางเราไม่เหมือนกัน”
