ในที่สุดหลินตู้ก็ไม่ได้ให้เงินจริง ๆ เวยจื่อหยิบเครื่องเหล็กยุคโบราณสองสามชิ้นจากของที่เก็บมาได้ ใช้หักบัญชีแทน
เซิ่งเยี่ยนรู้สึกเห็นใจพวกเขามาก "ของมีค่าแบบนี้ของพวกเจ้า ขายง่ายมาก ไม่ต้องหาคนกลางด้วยซ้ำ ข้าบอกทางรุ่งให้ ถ้าเจ้าไปนั่งยอง ๆ อยู่ใต้โรงเตี๊ยมข้า วางของลง พวกเซียนกระจัดกระจายพวกนั้นได้กลิ่นแล้วจะตามกันมาเอง"
หลินตู้เข้าใจทันที ถึงขั้นเป็นเซียนก็หนีไม่พ้นการเปิดแผงลอยหาเงิน
ค้าขายไร้ทุน ร่ำรวยวันนี้
นางเชื่อฟังคำแนะนำของเซิ่งเยี่ยนจริง ๆ เดินไปนั่งหน้าเซียงหม่านโหลวของนาง กางเสื้อผ้าเก่า ๆ ของตัวเองออก แล้ววางของจากโบราณสถานขึ้นมา
ตอนแรกคนอื่น ๆ ยังคิดว่าแผงลอยแบบนี้จะมีของดีอะไรได้ พอเพ่งมองดูแล้วถึงกับตกใจ
ผู้วิเศษอะไรกัน มั่วนัก ข้าวของที่มีกลิ่นอายพลังต้นกำเนิดยุคโบราณแบบนี้ วางขายกลางถนนหน้าตาเฉย? ไม่กลัวใครมาแย่งชิงเอาหรือ?
พอได้ยินคนในโรงเตี้ยมเรียกเจ้าของแผงว่าท่านเต๋า เหล่าเซียนก็เข้าใจแจ่มแจ้ง งั้นก็ไม่มีอะไรแล้ว
จริง ๆ ไม่มีอะไรแล้วจริง ๆ
ท่านเต๋าหนุ่มเช่นนี้ในเขตแดนบนนับได้ด้วยนิ้วมือ เห็นได้ชัดว่า คนที่คาดเอวด้วยป้ายหยกขาวที่ผลิตจากต้นไม้วิเศษโดยกำเนิดผู้นี้ จะเป็นใครไปไม่ได้นอกจากศิษย์คนที่สิบสามของเจ้าแห่งเต๋า
"อันนี้... ขายเท่าไร" ชายคนหนึ่งกล้าฝ่าฝูงชนเข้าไป พอสบตาสีเทาเย็นชาที่ไร้ซึ่งอุณหภูมิของหลิงเวยเต๋าจุน ก็สั่นสะท้าน "หนึ่งหมื่นอวี้ เอ๊ย หนึ่งแสนอวี้บู๊?"
หลินตู้ไม่พูดอะไร นางยังไม่ทันได้สำรวจราคาสินค้าในเขตแดนบน แค่หันไปมองอีกคนที่โผล่เข้ามาใกล้
เซียนกระจัดกระจายที่ถามราคาคนนั้นตอบสนองได้ไวมาก "ห้าแสน ห้าแสน มากกว่านี้ไม่มีจริง ๆ นะ"
หลินตู้ที่เพียงแค่มองเฉย ๆ เอ่ยอย่างสงวนท่าที "เห็นเจ้าตั้งใจจะซื้อจริง ๆ งั้นก็ได้"
การค้าขายครั้งหนึ่ง ฝ่ายเซียนกระจัดกระจายรู้สึกว่าได้เปรียบเล็กน้อย หลินตู้ก็รู้สึกว่าตัวเองได้เปรียบเหมือนกัน ทั้งผู้ซื้อและผู้ขายต่างพอใจกับการซื้อขายครั้งนี้มาก
พอเห็นคนแรกซื้อไปแล้ว คนที่ยืนมุงก็กรูกันเข้าไปทันที
ของพวกนั้นล้วนเป็นของดีจริง ๆ นั่นนะ
