ยามที่อัสนีสายสุดท้ายฟาดลงมา หัวใจที่โอสถหนิงปี้คุ้มครองอยู่ก็ถูกโจมตีครั้งหนึ่งในที่สุด
หลินตู้ขมวดคิ้วแน่น สีหน้าที่ก่อนหน้านี้ยังสงบนิ่งพลันย่นยู่ราวกับแผ่นแป้งหมั่นโถวที่ชื้นน้ำ
นางยกมือขึ้นกุมหัวใจโดยไม่รู้ตัว ความเจ็บปวดรวดร้าวแตกละเอียดนั้นทรมานยิ่งกว่าถูกไฟฟ้าช็อต สมองก็เหมือนถูกขวานฟาดเข้าให้ ความคิดกระจัดกระจายไปหมด
รู้งี้ว่าภัยสวรรค์โหดร้ายถึงเพียงนี้ จะบำเพ็ญเซียนไปทำไม รอตายดีกว่า
หลินตู้ด่าอยู่ในใจ แต่ก็ยังกัดฟันทนเหมือนนักศึกษาที่บ่นร้อยแปดรอบแต่ก็ยังตั้งใจทำงานส่ง
ปากก็พูดไป แต่กายยังซื่อสัตย์ดี
นางใช้สติเฮือกสุดท้ายควานหาโอสถที่เจียงเหลียงเตรียมไว้ให้ ยัดเข้าปากโดยไม่สนเลือดคาวที่เอ่อล้น
ฤทธิ์ยาแผ่ซ่านซ่อมแซมตับไตไส้พุงที่บาดเจ็บ ปลอบประโลมหัวใจที่เจ็บปวดระทม
ภัยอัสนีค่อยๆ สลายไป ฝนที่โปรยปรายอุดมด้วยพลังแห่งการฟื้นฟูและชีวิตก็ตกลงมา นี่คือการคืนกลับพลังปราณสู่ผืนดินที่ผู้บำเพ็ญมอบให้แก่แผ่นดินที่ตนอยู่
ผิวหนังที่ถูกเผาไหม้จนเป็นรอยแผลเป็นจากสายฟ้า งอกผิวใหม่ขึ้นอย่างรวดเร็ว ฝนเย็นเฉียบตกลงบนร่างของเด็กหนุ่มที่แผ่หลา เสื้อผ้าขาดวิ่น อาภรณ์สีเขียวกลายเป็นเศษผ้าไหม้ดำ นางนอนนิ่งแหงนมอง ปล่อยให้ฝนวิญญาณเยียวยาร่างกายที่ถูกทรมาน ความคันจากการงอกใหม่ทำให้นางขี้เกียจขยับ
เจียงเหลียงกับเหยียนเหย่เดินเข้าไป เด็กคนนี้มีผิวขาวนวลดุจหยกใส สะพานจมูกกับเบ้าตายังมีน้ำฝนขัง ดวงตาดำขาวแยกชัด ทว่าว่างเปล่าและอ่อนล้า
