ไม่นานนัก ผู้ทำลายค่ายกลคนที่สามก็ออกมาแล้ว ก็คือยอดฝีมือปีศาจซิงหลิว
ซิงหลิวพุ่งตรงมาหาหลินตู้ นั่งจ้อไม่หยุดข้างกายนาง “เป็นอย่างไรบ้าง คราวนี้เจ้ายังได้ที่หนึ่งหรือไม่”
หลินตู้มองเด็กสาวคนนี้ แม้อายุจะเท่ากับอาจารย์ของนางโดยประมาณ แต่อาการกระตือรือร้นในแววตาทำให้นางดูอ่อนเยาว์ไม่รู้จักแก่ ใครเห็นก็เอ็นดู
นางใจดีกับเด็กสาวเช่นนี้เสมอ ส่ายหน้า “ไม่ใช่นะ ที่หนึ่งเป็นคนนี้ต่างหาก”
ซิงหลิวเงยหน้ามองกระดานจัดอันดับ “ไคหยาง?”
นางกระพริบตา “ชื่อคล้ายกับข้าเลย เป็นชื่อดาวทั้งคู่”
หลินตู้ยิ้มบาง ๆ ซิงหลิวมิใช่ดาวดวงหนึ่งจริง ๆ ครั้นเมื่อเหล่าศิษย์สำนักอู๋ซ่างไปฝึกวิชาที่ชนเผ่าปีศาจ เคยพบปีศาจใหญ่ที่มีรูปร่างหน้าตาเหมือนนางราวกับพิมพ์เดียวกัน ปีศาจตนนั้นเชี่ยวชาญวิชาดิน ธาตุดินเป็นที่สุด คิดดูแล้วซิงหลิวกับปีศาจใหญ่ตนนั้นคงมาจากเผ่าเดียวกัน หรืออาจมีสายสัมพันธ์ทางสายเลือดด้วยซ้ำ
แต่ไคหยางผู้นี้ ไม่แน่อาจเป็นเช่นนั้น
รอบที่สอง รับเฉพาะหนึ่งร้อยคนแรกเข้าสู่รอบที่สาม
ศิษย์สำนักเหลียนเหิงและผู้บำเพ็ญคนอื่น ๆ ค่อย ๆ ออกมาทีละคน ครู่เดียวเท่านั้น รายชื่อหนึ่งร้อยคนแรกก็ประกาศออกมาแล้ว
คนที่เหลือถูกส่งออกมาพร้อมกันพร้อมกับค่ายกลเคลื่อนย้าย มีได้เพียงความเสียดายที่ต้องเป็นเพียงผู้ชม
ส่วนรอบที่สาม คือบททดสอบสุดท้าย ซึ่งเป็นแผนการที่หลินตู้เสนอ นั่นคือ สร้างค่ายกลขนาดใหญ่เพื่อกั้นมารร้าย
ข้อสามข้อนี้เปิดเผยก่อนการแข่งขันแล้ว แม้นักค่ายกลต้องปรับเปลี่ยนตามสภาพภูมิประเทศ ไม่รู้สถานที่ที่ได้รับมอบหมายล่วงหน้า แต่ก็นับว่าเตรียมตัวได้บ้าง
หลินตู้กับศิษย์สำนักเหลียนเหิงที่พอจำหน้าได้หลายคนโค้งคำนับกันแต่ไกล จากนั้นเงยหน้ามองค่ายกลเคลื่อนย้ายของหนึ่งร้อยคนแรก
พื้นที่ของต้งหมิงเจี้ยกว้างใหญ่เพียงใด แดนมารกินพื้นที่ประมาณหนึ่งในสิบของทั้งหมด ด้วยเหตุที่เป็นพื้นดินทั้งหมด พอดีถูกล้อมรอบด้วยสามดินแดนคือแคว้นกลาง แดนปีศาจ และอวิ๋นมอหลัว ใจกลางคือทุ่งร้างทราย ซึ่งวนรอบหนึ่งรอบยาวหลายหมื่นลี้
