ฉีจุ่นมีชีวิตนานกว่าพันปี อีกทั้งยังคงอยู่ในฐานะวิญญาณหยินที่หล่อเลี้ยงด้วยไอพยาบาทมานับพันปี แต่ตอนนี้กลับถูกเด็กอายุสิบกว่าปีกักขังไว้ในอุ้งมือ
เขาคิดว่าตนทิ้งร่างอันเป็นภาระนั้นไปแล้ว แต่ก็ยังถูกเด็กคนหนึ่งกักขังได้
ร่างที่พรุนพังกับกายที่บกพร่องมาแต่กำเนิด ประมือกันตัวต่อตัวก็แค่เสมอกัน ตอนแรกต่างคนต่างจงใจถ่วงเวลา ร่างกายที่ยับเยินทำได้เพียงค่อย ๆ ระดมพลัง รอตอนปะทะกัน ไม่ว่าใครแพ้ใครชนะก็ล้วนมีโชคมาเกี่ยวข้องบ้าง ต่างไม่มีใครรู้ว่าใครระดมพลังได้มากกว่า ใครมีสภาพแย่กว่า
แต่หลังจากสลัดร่างทิ้งแล้ว วิญญาณหยินพันปีกับวิญญาณมีชีวิตอายุสิบกว่าปี กลับยังคงเพลี่ยงพล้ำหลายก้าว
หลินตู้ลงมือก่อนเขาหลายตาแล้ว
ค่ายกลแบ่งเป็นค่ายกลชั้นในกับค่ายกลชั้นนอก ค่ายกลชั้นนอกอยู่ภายนอก ใช้ตำแหน่งทางภูมิศาสตร์และวัสดุค่ายกลจัดการกับโลกภายนอก นับเป็นค่ายกลทั่วไป ส่วนค่ายกลชั้นในคือค่ายกลที่วางอยู่บนตัวคน
หลินตู้ใช้กายตนเองเป็นค่ายกล เชื่อมต่อกับกำแพงวัชระนอกหมู่บ้าน ยืมพื้นฐานค่ายกลส่วนใหญ่ของกำแพงวัชระมา รอจนพบหน้าฉีจุ่นแล้วจึงกำหนดจุดสุดท้าย ลงเส้นสุดท้าย เชื่อมในนอกเข้าหากัน นางคือใจกลางค่ายกล
ค่ายกลชั้นในนี้แม้จะพลิกแพลงได้ แต่ผู้ใช้ค่ายกลธรรมดาทั่วไปไม่ใช้กัน หนึ่งเพราะมีตัวแปรมากเกินไป ไม่อาจคำนวณได้หมดจด สองคือหากพลาดพลั้งเพียงนิดก็จะย้อนกลับมาทำร้ายตนอย่างแน่นอน
ฉีจุ่นไม่คิดว่าตนจะไปยั่วโมโหคนบ้าเจ้าปัญญาที่ทั้งเก่งกาจและยังปลอมตัวเป็น
หากตอนนี้ยังไม่รู้ว่าตัวเองถูกเบ็ดล่อปลาแล้ว ฉีจุ่นก็เสียชาติเกิดเป็นคนจริง ๆ
'เจ้าสังเกตเห็นผิดปกติตั้งแต่เมื่อไหร่?'
'นักโทษไม่มีสิทธิถาม' หลินตู้กดลายค่ายกลลงไปอีกหนึ่งนิ้วอย่างใจเย็น เสียงของนางตกกระทบหูฉีจุ่นราวกับปีศาจร้ายที่กระซิบในราตรี
'แต่เพื่อเป็นรางวัล ข้าบอกเจ้าได้ว่าเป็นเช่าเฟยที่บอกพวกเราว่ามีอะไรไม่ชอบมาพากล'
ร่างดำสั่นสะท้านด้วยความตกใจก่อน หลุดปากออกมา 'เป็นไปไม่ได้'
หลินตู้ถามต่อว่า 'ทำไมจะเป็นไปไม่ได้? เจ้าไม่รู้ตัวหรือ? ก็คือนางที่ชักนำพวกเรามาดูเจ้าไง'
