ม่อหลินคิดไม่ถึงว่าจะมีใครมาเคาะประตูกลางดึก เขากำลังนั่งเบียดกับศิษย์น้องสองคนบนเตียงอุ่น พลังลมปราณเบาบางเกินกว่าจะเข้าฌานฝึกฝน หยวนเย่กำลังบ่นพึมพำถึงเรื่องผิดปกติของวันนี้
“ศิษย์พี่ใหญ่ ท่านฝึกกระบี่ซ่อนคม บอกข้าหน่อยเถิดว่าเหตุใดอาจารย์อาน้อยถึงไม่ให้เราพูดว่านางเก่งกาจนัก ก่อนหน้านี้ก็ไม่เห็นเป็นเช่นนี้ หรือเป็นเพราะเช่าเฟยนั่น”
“อาจารย์อาน้อยกระทำการย่อมมีเหตุผลของนาง” เยี่ยนชิงเชื่อฟังยิ่ง “เรื่องของผู้ใหญ่เด็กน้อยอย่าได้สอดรู้”
หยวนเย่: ?
“ข้าจำได้ว่า อาจารย์อาน้อยยังเด็กกว่าข้าสองปีมิใช่หรือ”
“เจ้าเรียกนางว่าอะไร” เยี่ยนชิงกอดอกถือตำรา
หยวนเย่ตอบทันที “ก็อาจารย์อาน้อยน่ะสิ”
เยี่ยนชิงวางตำราลงบนเข่า “นั่นแหละ ยังต้องถามอีกหรือ”
เขาหยุดไปครู่หนึ่ง “อีกอย่าง เช่าเฟยผู้นี้มีพิรุธจริง”
ม่อหลินพยักหน้าเล็กน้อย พลันความคิดหนึ่งแวบขึ้นมา “วาจาขัดแย้งกันไปมาเต็มไปหมด พยายามปกปิดซ่อนเร้น เอาแต่สืบถามความสามารถของเรา ไม่รู้ว่าเป็นคนที่องค์กรซื้อขายข้อมูลส่งมาเพื่อหยั่งเชิงหรือไม่”
ศิษย์ใหม่สี่คนเพิ่งขึ้นป้ายชิงอวิ๋น ย่อมต้องมีคนมาหยั่งเชิงทั้งเปิดเผยและลับ ๆ ว่าฝึกวิชาอะไร อยู่ในระดับไหน พรสวรรค์แสดงออกอย่างไร บำเพ็ญเท่าใด คุณสมบัติ วิชาร่างกาย การต่อสู้ ข้อมูลทำนองนี้
จากนั้นก็ตั้งราคาขายสูงลิ่ว เมื่อปีนั้นเขาสร้างรากฐานขึ้นป้ายชิงอวิ๋น ข้อมูลของเขาถูกตั้งราคาถึงเจ็ดพันศิลาวิญญาณ
เขาลืมสนิทว่าเมื่อหัวค่ำ คนกลุ่มหนึ่งยังหัวเราะร่วนถกกันว่าเช่าเฟยชอบเขาหรือไม่
