อีกครั้งที่ฤดูใบไม้ผลิมาเยือน ดอกไม้ผลิบาน การประลองแห่งแคว้นกลางที่เลื่อนมาเนิ่นนานถึงสามปีก็ได้เริ่มขึ้นใหม่อีกครั้ง
คราวนี้ เป็นการประลองเดี่ยวของรุ่นเยาวชน
บนอัฒจรรย์ ยังคงแน่นขนัดราวกับว่าเหตุวุ่นวายใหญ่เมื่อสามปีก่อนนั้นได้จางหายไปตามกาลเวลาแล้ว
“คราวนี้สำนักอู๋ซ่างยังจะมาอีกหรือไม่?”
“ไม่รู้สิ ได้ยินว่าหลินตู้กำลังจะตาย จริงเท็จแค่ไหนกัน?”
“พูดยาก ใครจะไปรู้เล่า”
อัจฉริยะของสำนักอื่น อย่างน้อยก็อยู่ในสำนักที่มีคนนับหมื่น ก็ยังพอมีข่าวคราวหลุดออกมาบ้าง แต่สำนักอู๋ซ่างมีคนน้อย เป็นสำนักที่เล็กที่สุดในบรรดาสำนักใหญ่ ด้วยเหตุนี้จะรู้ได้อย่างไรว่าคน ๆ นั้นตายไปแล้ว ยังมีชีวิตอยู่ หรือกำลังจะตาย
“เฮ้ มาละ มาละ! สำนักอู๋ซ่าง! หยวนเย่ผู้สูญเสียปราณมังกร ม่อหลินผู้ไร้กระดูกวิญญาณ และผู้บำเพ็ญแพทย์คนนั้นก็มา แต่ผู้เข้าแข่งขันกลับไม่มา”
“ซี... หลินตู้คนนี้คงไม่รอดจริง ๆ กระมัง?”
“หลินตู้ไม่มา แต่ยังมีผู้เข้าแข่งขันอีกคนมา คนที่เตี้ยที่สุดนั่นไง หนีจิ่นเซวียน ผู้เป็นตัวเก็งอันดับหนึ่งของการประลองขั้นฉินซินในครั้งนี้”
“ข้ารู้จัก ข้ารู้จัก แต่อัตราต่อรองของนางในบ่อนอยู่ที่หนึ่งต่อสาม มีคนของสำนักกุยหยวนคนหนึ่ง ฝึกฝนจนถึงขั้นฉินซินขั้นสมบูรณ์ ก่อนหน้านี้เคยท่องเที่ยวไปทั่วและเคยเอาชนะผู้บำเพ็ญขั้นเถิงอวิ๋นที่เหนือกว่าได้ ถ้าหนีจิ่นเซวียนคนนี้เจอเข้า เลวร้ายนักก็พูดยาก”
“ก็ใช่น่ะสิ... ดูเป็นเด็กสาวร่างเล็กบาง กิริยาอ่อนโยน คงสู้ไม่ไหวหรอก”
ผู้คนวิพากษ์วิจารณ์กันไปต่าง ๆ นานา ฝ่ายคนของสำนักอู๋ซ่างก็เริ่มตื่นเต้นไม่น้อย
เหตุผลก็ไม่มีอื่นไกล อาจารย์อาน้อยยังไม่ออกจากที่ปิดดวงจิต ที่ปากถ้ำบำเพ็ญกลับกลายเป็นน้ำแข็งหนาเตอะไปหมด จนเกือบเป็นถ้ำน้ำแข็งจริง ๆ ใครใกล้เข้าไปก็ทนไม่ไหว มือของหยวนเย่ที่ไปเคาะประตูยังติดกับประตูเลย
“น่าเศร้านัก... เจ้าว่าอาจารย์อาน้อยจะไม่ทันจริง ๆ หรือไม่?” หยวนเย่รู้สึกเสียดายผลึกวิญญาณที่โยนเข้าไป นั่นเขาหามาด้วยการตีโลงศพแท้ ๆ!
