“แดนปีศาจนี่กว้างใหญ่จริง ๆ ความเร็วของพวกเราก็จัดว่าเร็วแล้ว กลับต้องใช้เวลาร่วมครึ่งปีกว่าจะเที่ยวทั่วทั้งแดน”
กว่าจะจากมา หนีจิ่นเซวียนก็เพิ่งจะรู้สึกตัวว่าพวกเขาอยู่ในแดนปีศาจมานานโขแล้ว
กวาดล้างแดนปีศาจทั้งแดน ฆ่ามารร้าย ส่งวิญญาณมารที่มนุษย์สร้างขึ้นให้หลุดพ้น แถมยัง “ประมือเดี่ยว” กับปีศาจใหญ่หลายตัวอีก ไม่ได้พลาดการฝึกฝนแม้แต่น้อย ยังได้ของรางวัลกลับมาเต็มกระบุงโกย สมุดจดบันทึกประสบการณ์ของแต่ละคนก็เขียนแน่นไปหมด
เผ่านกเป็นจุดหมายสุดท้ายของพวกเขา ส่งเยว่หานกลับมาเสร็จแล้ว พวกเขาก็ต้องไปยังชายแดนแคว้นกลางเพื่อตามล่ามารร้ายที่เหลืออยู่
นกยูงมาส่ง พวกมันรายล้อมพวกเขาและร่ายรำอย่างงดงาม ท่ามกลางแสงแดดสีสันฉูดฉาด ขนของนกยูงขาวยิ่งประณีตเป็นพิเศษ ดั่งหิมะสีเงิน ยิ่งฟูฟ่อง ทำเอาหนีจิ่นเซวียนตาลุกวาว
เซี่ยเทียนอู๋ก็อดมองตามไปหลายตาไม่ได้
ม่อหลินเดินตามหลังมา “ชอบหรือ?”
ท่าทางแบบนั้น ราวกับว่าถ้านางชอบจริง ๆ ก็ไม่ใช่เรื่องที่เป็นไปไม่ได้ที่จะจับมาสักตัวถอนขนทำเสื้อผ้าให้
นกยูงขาวภายใต้สายตาจ้องเขม็งของพวกสำนักอู๋ซ่างก็รีบกอดขนก้นของตัวเองไว้แน่น แล้วค่อย ๆ ถอยไปหลบหลังพวกเดียวกัน
สายตาน่ากลัวชะมัด! คนแคว้นกลางน่ากลัวชะมัด!
หยวนเย่หันกลับไปมองอีกที แล้วพูดกับน้องสาวที่ตาแทบไม่กะพริบ “อย่าจ้องเลย ดูสิทำนกตกใจหมด นกยูงเขาผลัดขนกันอยู่แล้ว ตอนนั้นให้คนของสมาคมการค้าศิษย์น้าลำดับเก้ามารับซื้อก็ได้ ถ้าตอนนี้อยากได้ กลับไปสานด้วยใบหญ้าให้ก็ได้”
หนีจิ่นเซวียนจึงละสายตากลับมา พลางถามด้วยความแปลกใจ “ท่านยังสานเป็นด้วยหรือ? ยากจะตายไป”
หลินตู้เดินนำหน้ากับโฮ่วชางและเยว่เฉิน พูดจาถ้อยคำที่สุภาพ
“ว่าแต่ ท่านหัวหน้าเผ่าเยว่ ข้ามีเรื่องหนึ่งอยากจะถาม”
หลินตู้หันไปมองเหล่าเด็ก ๆ ที่กำลังร่ำลาเยว่หานด้วยน้ำตาคลออยู่ด้านหลัง พอแน่ใจว่าพวกเขาไม่ได้สังเกต จึงเอ่ยถาม “ขอถามท่านหัวหน้าเผ่า ชะตากรรมของผู้ที่มีกระดูกพุทธะโดยกำเนิดคืออะไร?”
