ทะเลสาบลั่วเจ๋อหนาวเย็นยิ่งนัก สายน้ำตกเชี่ยวกรากรุนแรง ยามไต่ขึ้นไปก็ราวกับต้องเผชิญกับลมหนาวหนักหมื่นชั่งที่กระหน่ำตบหน้าแถมยังมีหญิงชราราวกับหรงมัวมัวอีกหลายพันคนเอาเข็มน้ำแข็งทิ่มแทงทั่วร่าง
หลินตู้กลับคุ้นเคยเสียแล้ว เพียงแต่จนถึงบัดนี้ยังไม่อาจปีนขึ้นไปถึงยอดได้
ความเจ็บปวดที่ทั้งหายใจไม่ออกและหนาวเย็นเสียดกระดูกเช่นนี้ช่างน่าหลงใหลอย่างน่าชัง
เมื่อแช่อยู่ในทะเลสาบลั่วเจ๋อแล้ว เรื่องวกวนทั้งหลายก็ไม่มีกะจิตกะใจไปคิด ในสมองเหลือเพียงความคิดเดียวคือ มุ่งขึ้น มุ่งไปข้างหน้า แล้วมีชีวิตอยู่
หลินตู้ใช้กำลังเฮือกสุดท้าย มือข้างหนึ่งเกาะหินก้อนหนึ่งตรงปากน้ำตกไว้ได้ แล้วจากนั้นก็หมดแรงสิ้น ปล่อยกายให้สายน้ำเชี่ยวกรากซัดพัดพาลงมาราวกับสิ้นท่า
ครั้นนางคลานขึ้นมาจากแอ่งน้ำนิ่งแล้วพลางใช้พลังปราณสุดท้ายเป่าตัวเองให้แห้ง เหยียนเหย่ก็ตัดสินใจได้แล้ว
"วันนี้เจ้าฝึกตนได้หย่อนยานไปหน่อยกระมัง ในสมองคิดโน่นคิดนี่มากมายก็เปล่าประโยชน์ ข้ามีตำราค่ายกลของปรมาจารย์ค่ายกลผู้หนึ่งเมื่อหลายพันปีก่อนอยู่เล่มหนึ่ง ภายในมีของมากมายที่ปัจจุบันสูญหายไปแล้ว เจ้าลองไปศึกษาดูว่าจะฟื้นฟูขึ้นมาได้อย่างไร"
หลินตู้รับหนังสือเก่าคร่ำคร่าเล่มนั้นมา ก็มิได้รีบร้อนจากไป หากอยู่กับเหยียนเหย่มาหลายปีนี้ นางก็พบว่าเขาเป็นดั่งผู้ที่ล่องลอยอยู่นอกโลกีย์เสมอ บางเรื่องก็ไม่เคยยื่นมือเข้าแทรกแซง
ก็ดั่งผืนทะเลสาบลั่วเจ๋อนี้ แม้ภายในจะมีคลื่นลมปั่นป่วนและเสียงเชี่ยวกราก ภายนอกกลับเยือกแข็งเป็นแผ่นน้ำแข็งเสมอ เงียบงันและหนาวเหน็บ มิรู้จะเปิดให้เข้าถึงได้จากไหน
แต่ก็มิอาจขัดขวางนางให้บีบบังคับเขาให้เผลอหลุดคำจริงออกมาสองสามประโยคได้
