ในเรือนรับรองของลานน้อยมีคนยืนอยู่สี่ห้าคน เบียดเสียดจนห้องที่ไม่ได้กว้างนักแสงตะวันยังลอดเข้ามาไม่ได้ บรรยากาศภายในห้องกลับเงียบขรึม
“หญ้ามายาจิต?”
เซี่ยเทียนอู๋แทบจะทุบโต๊ะลุกขึ้นยืน หว่างคิ้วเต็มไปด้วยความเจ็บแค้น “อิ้นจ้งนี่แอบใส่หญ้ามายาจิตลงในของพวกนี้เพื่อหากำไรอย่างนั้นหรือ? มีแต่ส่งให้ตระกูลสูงศักดิ์คหบดีมีเงิน หรือว่าไม่มีใครดูออก?”
สามนิกายหกพรรคสิบประตูแห่งแคว้นกลางเคยกำหนดกฎเกณฑ์ร่วมของแคว้นกลางขึ้นมาเมื่อหลายปีก่อน เมืองแต่ละเมือง นิกาย ตระกูลต่างแยกกันปกครอง ไม่ว่าแต่ละแห่งจะมีกฎอย่างไร แต่กฎแห่งแคว้นกลางนี้ต้องปฏิบัติตาม
และหนึ่งในกฎนั้นก็คือ ห้ามขายหญ้ามายาจิตภายในแคว้นกลาง
แรกเริ่มหญ้ามายาจิตก็เป็นสมุนไพรชนิดหนึ่ง ต่อมาผู้คนค่อย ๆ ค้นพบว่ามันทำให้คนรู้สึกเลื่อนลอย อารมณ์ดี กระทั่งช่วยเสริมการบำเพ็ญและพละกำลัง ไม่เพียงใช้ก่อนการประลอง ยังใช้เพื่อหยั่งรู้เต๋า ใครจะรู้ว่าเต๋าหยั่งไม่ได้ แต่คนกลับเสพติด
หากหยุดใช้ไม่กี่วันก็เสียสติ กลายเป็นบ้า จึงถูกเรียกว่าหญ้ามายาจิต
น้ำยาที่ปรุงจากสิ่งนี้ออกฤทธิ์ยิ่งกว่าธรรมดา
“ใบยานี่พวกเขาตั้งชื่อว่าควันบริสุทธิ์ใจ มีแต่แขกวีไอพีเท่านั้นถึงจะได้สัมผัสยาน้ำที่ผสมหญ้ามายาจิตจริง ๆ ลูกค้าคือเหยื่อที่ถูกคัดมา ปัจจุบันคนมากมายไม่รู้ว่าหญ้ามายาจิตคืออะไรแล้ว สิ่งนี้สูญหายไปเกือบพันปี” เฟิงอี๋กล่าว “ส่วนผงทาหน้าเครื่องหอมนี่ปริมาณน้อยจนแทบไม่มี”
หลินตู้จ้องมองพวกผงทาหน้าเครื่องหอม ใบยาอบควันธูปและยาที่ถูกยึดมา แล้วทำเสียงจิ๊เบา ๆ
ของพวกนี้แต่เดิมก็มีกลิ่นแรงกลบไว้ สิ่งสกัดจากหญ้ามายาจิตที่เติมในปริมาณนั้นก็น้อยมาก และยังเป็นการจำหน่ายภายในแบบจำกัด ฟังจากคำบรรยายของเฟิงอี๋แล้ว ของพวกนี้สรรพคุณดีเยี่ยม เป็นของล้ำค่า ผู้ที่ได้มาต่างเสียดายไม่ยอมเอาให้คนอื่นดู หญ้ามายาจิตเองก็ถูกกดดันจากอำนาจต่าง ๆ ในแคว้นกลางจนสูญหายไปนาน ไม่แปลกที่ไม่มีใครสังเกตเห็น
