ยามราตรี พระจันทร์เสี้ยวลอยเด่นอยู่บนฟ้า
หลินตู้ซึ่งกำลังคุ้มกันอยู่ข้างกายหยวนเย่ ถอนหายใจยาวเมื่อเห็นเขาบำเพ็ญได้ตามปกติ มองกองศิลาวิญญาณที่กองสูงราวกับป้อมเล็กๆ ก็ไม่แม้แต่จะขมวดคิ้ว
อีกด้านหนึ่ง เวยจื่อดีดลูกประคำอย่างเงียบเชียบ ใบหน้านวลสะอาดราวกับศิลาภูเขาที่นิ่งสงบ
หลินตู้ลุกขึ้นหมายจะออกไปสำรวจตลาดกลางคืน เวยจื่อก็ลืมตาขึ้นพร้อมกัน
สายตาทั้งคู่ปะทะกัน หลินตู้รู้สึกผิดจนใจคอไม่ดี ส่งเสียงผ่านญาณวิเศษถาม "ทำไมหรือ"
"จะไปไหน"
...
"หิว จะไปกินมื้อดึก" หลินตู้สบตากับเขาที่นิ่งเย็นแต่แฝงไว้ด้วยอำนาจกดดัน ก็พูดเสียงแข็งแม้จะไม่มีเหตุผล
"เที่ยงคืนแล้ว"
"ตลาดกลางคืนของมหาราชวงศ์โจวมีตลาดเช้าต่อเนื่อง ยังไงก็มีของกิน ตอนดึกๆ แบบนี้กินเกี๊ยวน้ำสักชามถึงจะสบายใจ"
เวยจื่อเตือนอย่างเมตตา "วันนี้เจ้ากินมาแล้วเจ็ดแปดมื้อ ควรหยุดพักบ้าง"
หลินตู้ถอนหายใจ นั่งลงอย่างจนใจ
ไม่นานนัก เสียงของเวยจื่อก็ดังเข้ามาในโสตประสาทของนาง "ข้าไม่มีเจตนาร้ายต่อหยวนเย่"
"เพราะเขาคล้ายกับข้าตอนเด็ก ทว่าเขายังมีทางเลือก แต่ว่าข้าไม่มี"
หลินตู้นั่งนิ่งอยู่กับที่ ก้มหน้าราบ ไร้ซึ่งคำพูดใด
เสียงเอื่อยเนิบของบุรุษผู้นั้นหลั่งไหลผ่านเข้ามาในสัมผัสญาณวิเศษของหลินตู้
"ข้าคือราชโอรสองค์สุดท้ายแห่งแคว้นผัวซัว ตอนนั้นแคว้นผัวซัวพบว่าปราณมังกรของราชวงศ์กำลังเสื่อมถอยจนใกล้จะล่มสลาย เพื่อสืบทอดราชวงศ์ต่อไป หมอผีใหญ่จึงกล่าวว่า กุญแจสำคัญที่แว่นแคว้นจะอยู่รอดได้อยู่ที่ข้า ซึ่งยังไม่ทันลืมตาดูโลก ดังนั้นพวกเขาจึงใช้เคล็ดลับโบราณบังคับหลอมแก่นมังกรแท้ซึ่งเป็นพลังต้นกำเนิดเข้าไปในกายของข้า จะกล่าวได้ว่า เดิมทีข้าก็คือมังกรก็ว่าได้"
