หลินตู้และพวกเดินทางออกจากเมืองมาได้ไม่เท่าไร หยวนชางถึงได้พบว่าหลินตู้ยังคงมุ่งหน้าเข้าไปในแดนผีที่ลึกลงไปอีก
“เจ้าจะไปทำอะไรอีก?” หยวนชางถามอย่างไม่เข้าใจ
“แลกเปลี่ยนอย่างเท่าเทียม ต้องไปเอาน้ำแม่น้ำหมิงให้ยายหม่า” หลินตู้เอ่ยขึ้น “พวกเจ้าเล่า? นางส่งพวกเจ้าลงมา ไม่ได้เรียกร้องอะไรหรือ?”
หนีจิ่นเซวียนส่ายหน้า “ยายบอกว่า นางไม่อยากให้เจ้าหายไปไหน แล้วกลายเป็นเรื่องขาดทุน”
หลินตู้ได้ยินดังนั้น ก็เลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่ง ไม่ออกความเห็น
แม่น้ำหมิงอยู่ด้านนอกเมืองเฟงตู หลินตู้ถามทางจากผีตนหนึ่งแล้วก็มุ่งตรงไปยังแม่น้ำหมิงทันที
ผีที่ถูกถามทางยังพูดไม่ทันจบ ก็เห็นผีผมขาวนั่นวิ่งจากไปแล้ว อดบ่นพึมพำไม่ได้ “ข้ายังพูดไม่จบเลย ผีปกติอย่าเข้าไปใกล้แม่น้ำหมิงนะ นั่นมันที่พวกปีศาจร้ายที่ไม่ยอมกลับชาติมาเกิดเขาต่อสู้กัน ไปแล้วก็เท่ากับรนหาที่ตาย”
แดนนรกมืดครึ้มอยู่เสมอ ยิ่งเข้าไปกลางแดนมากเท่าไร ก็ยิ่งรู้สึกเย็นเยียบถึงขั้วหัวใจ
ทุกคนเดินกันอย่างรวดเร็ว เวลาของพวกเขาไม่ได้มีมากนัก
“พวกเจ้ารู้สึกไหมว่า เมืองในแดนนรกกับนอกเมืองดูเหมือนจะต่างกันสิ้นเชิง?” หยวนเย่พูดทั้งที่ตัวสั่น “ในเมืองครึกครื้น แต่นอกเมืองกลับราวกับไร้ซึ่งเสียงใดๆ”
“ล้วนเป็นผีทั้งนั้น ครึกครื้นน่ะสิถึงจะผิดปกติไม่ใช่หรือ?” เยี่ยนชิงมือหนึ่งถือสมุด อีกมือหนึ่งถือพู่กัน ตามติดฝีเท้าหลินตู้ไปติดๆ
“เห็นแม่น้ำหมิงแล้ว!” หนีจิ่นเซวียนชี้ไปข้างหน้าอย่างตื่นเต้นแล้วตะโกน
พวกเขาเดินมาเกือบสองวัน ตลอดทางแม้จะเงียบสงัด แต่เพราะเดินกันหลายคน ก็เลยไม่มีอันใดผิดปกติ
หยวนชางถือกระบี่วิญญาณเล่มนั้น หนีจิ่นเซวียนถือแส้ พลังข่มขวัญเพียงพอ ทำให้หลินตู้ดูเหมือนเงาผีร่างบางที่อ่อนแอไร้เรี่ยวแรงอย่างแท้จริง
“ประหลาด แม่น้ำนี้ไม่มีเสียงเลย เงียบเชียบราวกับตาย แล้วก็ไม่ไหลด้วย” หนีจิ่นเซวียนยืนชิดหลินตู้ มองดูผิวน้ำที่เหมือนอยู่ใกล้แค่เอื้อม
