"เจ้าว่า ในตำราแห่งโลกมนุษย์ เทพเซียนนั้นเป็นเช่นไรกัน?"
ค่ำคืนเดือนมืดลมแรง วัยรุ่นหลายคนแต่งกายหรูหรามารวมตัวกันบนทางเดินนอกเมืองที่ค่อนข้างรกร้าง เดินไปพลางพูดคุยกันไปพลางอย่างไม่เป็นพิธีรีตอง
หยวนเย่ไม่รู้ว่าอาจารย์อาน้อยถามเพราะเหตุใด คิดอยู่ครู่หนึ่งก็ตอบว่า "อาจารย์อาน้อย หากท่านลดความดุดันลง ยิ้มน้อย ๆ อย่าสวมเสื้อแขนรัด ให้อาภรณ์ปลิวไสว ก็คงจะดูเป็นเทพเซียนได้ไม่เบา"
หลินตู้ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ยากอยู่บ้าง แต่ไม่มากนัก
นางสำรวจหยวนเย่ที่อยู่ข้าง ๆ "เช่นนั้นเจ้าจงแต่งตัวให้ดีเข้าล่ะ"
หยวนเย่: ...
"เป็นไปได้หรือไม่ ที่ข้าไม่มีใบหน้าอย่างอาจารย์อาน้อย อีกทั้งยังไม่มีสายตาที่มองคนและหมาไม่ต่างกันนั่น"
หลินตู้หัวเราะเย็นชาหนึ่งครั้ง
หยวนเย่ถอยหลังหนึ่งก้าว "อ่า เปลี่ยนเสื้อผ้า ๆ ไปหาศาลเจ้าที่รกร้างสักแห่งเพื่อเปลี่ยนเสื้อผ้ากันเถอะ"
เขารู้มาตั้งนานแล้ว ว่าอาจารย์อาน้อยไม่สามารถแสร้งเป็นเทพเซียนได้ ท่าทางเช่นนี้ดูไปดูมาคล้ายยมบาลเป็น ๆ ที่กำลังจะโยนวิญญาณลงหม้อน้ำมันเสียมากกว่า
เวยจื่อดึงปีกหมวกลงเพื่อกลั้นหัวเราะ หลินตู้โจมตีโดยไม่เลือกหน้า "ปีกหมวกใบนั้นบังมุมปากที่กำลังยกขึ้นของเจ้าไม่มิดหรอก อย่าแสร้งเลย"
ผู้บำเพ็ญพุทธจึงเงยหน้าขึ้นหัวเราะเยาะนางอย่างเปิดเผย
หลินตู้กระตุกมุมปาก อยากจะแยกเขี้ยวยิงฟันเพื่อข่มขวัญให้จงได้
เวยจื่อหัวเราะพลางชี้ไปที่แห่งหนึ่ง "ที่นั่นมีศาลเจ้าเต๋าร้าง เรารีบไปกันเถิด"
พอไปถึง หลินตู้ก็ตะลึงไปชั่วขณะ "ศาลเจ้าเต๋าแห่งนี้..."
ศาลเจ้าเต๋ามีขนาดใหญ่โต ด้านหลังยังมีเรือนเล็กเรือนน้อยอีกหลายหลัง ดูท่าว่าจะถูกทิ้งร้างได้ไม่กี่ปี พอจะมองเห็นร่องรอยความเจริญรุ่งเรืองในอดีตได้ราง ๆ สีบนกำแพงยังสดใสอยู่ ทว่าภายในเต็มไปด้วยใยแมงมุมและฝุ่นหนาเตอะ
