“เป็นแร่สวรรค์หลิน แร่หายากเพียงสองชนิดของเขตหวงห้ามจันทรา ในต้งหมิงเจี้ยของพวกเรานี้ต้องใช้ตาชั่งละเอียดชั่งขาย หากนำมาหลอมเครื่องราง วัตถุวิเศษระดับสวรรค์ก็ทำได้สบาย ๆ หากนำมาวางค่ายกล ก็ย่อมเป็นค่ายกลใหญ่ระดับปฐพีหรือระดับสวรรค์แน่นอน”
หลินตู้มองภูเขาตรงหน้า รู้สึกว่าธรรมชาติช่างสร้างสรรค์เหนือล้ำจริง ๆ
ตอนนี้ดวงตานางไม่เจ็บแล้ว ร่างกายก็สดชื่นขึ้น มือหนึ่งถือพู่กัน อีกมือถือสมุด เยี่ยนชิง ม่อหลิน และหยวนเย่ทั้งสามคนก็บินขึ้นลงโฉบไปมาช่วยวัดข้อมูลโดยละเอียด
เซี่ยเทียนอู๋ไอเบา ๆ หนึ่งครั้ง “อาจารย์อาน้อย โปรดระวังสุขภาพด้วย”
หลินตู้เขียนไม่หยุดมือ “รู้แล้ว ๆ ขนเสร็จก็ถอย ก็แค่บังเอิญเจอเข้าเท่านั้นเอง”
เยว่หานดูไม่เข้าใจอีกแล้ว จึงหาคนที่ว่างอยู่คนหนึ่ง ลูบศิลาจันทร์กินที่เปล่งประกายเจิดจ้าเกือบสมบูรณ์พลางถามว่า “นี่กำลังเตรียมทำอะไรอีก?”
หนีจิ่นเซวียนได้ยินก็หัวเราะแล้วกล่าว “มองไม่ออกหรือ? อาจารย์อาน้อยกำลังเตรียมการวางค่ายกลอยู่นะ”
เยว่หานขมวดคิ้ว “ต้องลำบากเพียงนี้เชียวหรือ? ข้าจำได้ว่าตำราค่ายกลมีรูปภาพ ทำตามตรง ๆ ไม่ได้หรือ?”
“ก็ต้องคำนวณอยู่ดีสิ!” หนีจิ่นเซวียนเอียงคอ “ผังค่ายกลในตำรายังเขียนวิธีทำลายค่ายของแต่ละค่ายไว้ด้วย ถ้าทำตามตำราทุกคน เจ้าวางเขาทำลาย แล้วใต้หล้านี้ยังมีค่ายกลที่สำเร็จได้อีกหรือ?”
เยว่หานตาสว่าง “ฟังดูมีเหตุผลมากเลย”
หลินตู้ที่ได้ยินทุกอย่าง... นางไม่ได้พูดแบบนี้สักหน่อยนี่นา?
การวางค่ายกลต้องปรับตามสภาพพื้นที่ ถูกสนามแม่เหล็กและสิ่งต่าง ๆ รอบข้างส่งผล ย่อมต้องมีการดัดแปลงแน่นอน ยิ่งเป็นค่ายกลใหญ่ขนาดนี้ นักค่ายกลคนใดเล่าจะไม่สำรวจสถานที่จริง กำหนดขอบเขตการทำงาน แล้วจึงคำนวณชนิดและขนาดของศิลาค่ายกลที่ต้องใช้
