หลินตู้ยืนอยู่กับที่ ทนทานต่อแรงกระแทกจากการหลอมรวมวิญญาณจิตและการสลายยันต์วิญญาณเข้าสู่คฤหาสน์วิญญาณ
นางยืนอยู่กับที่ เอ่ยเสียงเบา “ศิษย์พี่ ข้านึกออกแล้ว”
“ข้านึกออกแล้วจริง ๆ”
นางยิ้มออกมา “เดินต่อไปข้างหน้า อย่าหันกลับ อย่าหันกลับ…”
อย่าหันกลับ…
นางไม่เคยเห็นวิชาสัมผัสญาณวิเศษเช่นนี้ในสำนักมาก่อนเลย เหตุใดจึงสามารถแยกความทรงจำ หลอมวิญญาณจิต แล้วเข้าไปในต่างภพได้เล่า
นั่นคือที่เหวินฝูสอนเอาไว้นี่ไง
เป็นเหวินฝูผู้เชี่ยวชาญวิชาลี้ลับนอกสายหลักสั่งสอน
มิน่า...มิน่าเล่าตอนนั้นวิญญาณจิตที่ชายคนนั้นแห่งหลันจวี้เจี้ยกลั่นออกมาเหมือนกับของนางไม่มีผิดเพี้ยน
ใช่เหวินฝูเอง
หลินตู้ตะหนักขึ้นมาทันใด เงยหน้ามองคู่มือเล่มเล็กที่ร่วงจากอกของผู้นั้น ผ่านกาลเวลาผันเปลี่ยน แต่ก็ยัง เหมือนชาติก่อนทุกประการ
ใต้เขาฝูอวิ๋น เบื้องหน้าป้ายชิงอวิ๋น ร่างสังขารสองคน ข้านางก็ฆ่าหุ่นเชิดจำแลงตนนี้ด้วยมือของตัวเองเช่นกัน
และก็ได้สมุดบันทึกวิชาวิญญาณของเหวินฝูมาเช่นเดียวกัน
พวกเขาล้วนเป็นคนฉลาดที่สุดในใต้หล้า แม้แต่หลินตู้ยังรู้ว่าความทรงจำของผู้อื่นจะส่งผลต่อตนเอง แล้วเหวินฝูเล่าจะไม่รู้หรือ
ชาติก่อนหลินตู้เคยอ่านบันทึกเล่มนั้น ภายในจารึกสาเหตุที่เหวินฝูใช้วิชาลี้ลับ ระหว่างกระบวนการแย่งชิงวิญญาณกับเจ้าเมืองหลานซือ เหวินฝูเพื่อให้แน่ใจว่าตนจะไม่ได้รับผลกระทบ จึงตัดวิญญาณของตนเอง หลอมวิญญาณจิตไว้มากมาย
ต่อให้ร่างหลักพ่ายแพ้ ยังคงมีวิญญาณจิตสามารถเข้าไปในร่างหุ่นเชิดที่นางหลอมขึ้นเพื่อหลบหนีได้
เมื่อร่างหลักประสบเหตุ ร่างหุ่นเชิดที่เหลือจะหลอมวิญญาณจิตกลับเข้าหากัน แม้วิญญาณไม่สมบูรณ์ไม่อาจเกิดใหม่ได้ ก็ยังหาทางกลับมาเป็นคนอีกครั้งได้
ส่วนร่างหลักเหวินฝูได้รับผลกระทบจากความทรงจำของเจ้าเมืองหลานซือมากที่สุด ความหยิ่งยะโสเข้าครอบงำ นานวันเข้าก็กลายเป็นผู้อยู่เบื้องหลังที่ยิ่งใหญ่ที่สุด
