หูเสี่ยวอวิ๋นถูกเฉินเจียงเหอโอบเอวไว้ด้วยมือข้างเดียว พาเธอพลิกตัวหลบหลีกไปมา
เพราะความประหม่า เธอจึงโอบไหล่ชายหนุ่มไว้โดยสัญชาตญาณ ร่างทั้งร่างแนบติดอยู่บนตัวเขา
หูเสี่ยวอวิ๋นลืมสนิทว่าเฉินเจียงเหอกำชับให้ลืมตา เธอหลับตาตลอดเวลา หัวใจเต้นรัว
ระหว่างที่ขยับตัวไปมา หน้าอกอวบอิ่มของเธอหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะเสียดสีกับอกและท้องของชายหนุ่ม อุณหภูมิร่างกายจึงสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว
จนเฉินเจียงเหอจัดการทุกอย่างเสร็จและหยุดนิ่งลง เธอก็ยังไม่กล้าลืมตา
“ว่าที่เมียจ๋า ซัดพวกนั้นเสร็จแล้ว ไม่ต้องกอดแน่นขนาดนี้ก็ได้”
เมื่อได้ยินเสียงพูดกะล่อนของเฉินเจียงเหอดังอยู่ข้างหู หูเสี่ยวอวิ๋นถึงค่อยลืมตาขึ้น
ตอนนี้ขาทั้งสองข้างของเธอเกี่ยวอยู่รอบเอวชายหนุ่ม ร่างทั้งร่างห้อยอยู่บนตัวเฉินเจียงเหอในท่าทางที่ดูไม่เหมาะเอาเสียเลย
มือของเฉินเจียงเหอที่โอบเอวเธอยังเลื่อนลงอย่างซุกซน เหมือนกำลังจะจับก้นงอนงามของเธออยู่แล้ว...
“อ๊าย...”
พอรู้ตัว หูเสี่ยวอวิ๋นก็กรีดร้อง รีบกระโดดลงจากตัวเฉินเจียงเหอทันที
“นาย... นายจัดการพวกนั้นเสร็จแล้วเหรอ” เธอพูดเสียงเบาราวกับยุงบิน จนตัวเองแทบไม่ได้ยินเสียงตัวเอง
แต่เฉินเจียงเหอกลับได้ยินชัดเจน
เขายิ้มพลางพยักหน้า
“ไอ้พวกเด็กเวรนี่อ่อนปวกเปียกชะมัด ผัวในอนาคตของเธอยังไม่ทันเหงื่อออก พวกมันก็นอนกองกับพื้นกันหมดแล้ว”
หูเสี่ยวอวิ๋นหน้าแดงก่ำด้วยความเขิน หัวใจเต้นตุบ ๆ ราวกับกระต่ายน้อย เธอไม่มีอารมณ์จะเถียงกับเขา ได้แต่ก้มหน้าเงียบ
หูเสี่ยวอวิ๋นที่ปกติทั้งดื้อทั้งหัวแข็ง ตอนนี้กลับเชื่อฟังเหมือนภรรยาตัวน้อยผู้แสนเรียบร้อย
จ้าวต้าหู่ที่นอนอยู่บนพื้นเห็นท่าทางของหูเสี่ยวอวิ๋น ก็ยิ่งเกลียดเฉินเจียงเหอเข้าไปใหญ่
“เฉินเอ้อร์โก่ว อย่าเพิ่งได้ใจไป! ถ้าแน่จริงก็ฆ่าฉันสิ ไม่งั้นสักวันฉันจะเอาคืนให้สาสม!”
“ฆ่าแกเหรอ” เฉินเจียงเหอส่ายหน้าพลางหัวเราะ “ฆ่าคนมันผิดกฎหมาย คิดว่าฉันโง่หรือไง”
เขายิ้มแล้วนั่งยอง ๆ ลงตรงหน้าจ้าวต้าหู่ ทว่าในดวงตากลับไม่มีรอยยิ้มแม้แต่น้อย
“จ้าวต้าหู่ แกไม่ยอมแพ้ใช่ไหม ต่อไปฉันเจอแกเมื่อไร ฉันซัดแกเมื่อนั้น จนกว่าแกจะยอมแพ้!”
จ้าวต้าหู่ถูกแววตาของเขาข่มจนกลัว แต่ก็ยังปากแข็งหันไปพูดกับหูเสี่ยวอวิ๋น
“หูเสี่ยวอวิ๋น อย่าโดนเฉินเอ้อร์โก่วหลอก!”
“ทั้งตำบลชิงสือใคร ๆ ก็รู้ว่าเฉินเอ้อร์โก่วชอบหลินเชี่ยนเชี่ยนจริง ๆ แค่ผู้หญิงเขาไม่เล่นด้วยเท่านั้น
“อีกอย่าง เมื่อวานเขายังบอกติงอวี่เวยที่โรงเรียนประจำตำบลว่าจะขอแต่งงานกับเธอ วันนี้กลับเรียกเธอว่า ‘ว่าที่เมีย’ คนแบบนี้เห็นใครก็ชอบไปหมด คำพูดของมันเชื่อไม่ได้หรอก!”
หูเสี่ยวอวิ๋นเพิ่งเริ่มมีใจให้เฉินเจียงเหอขึ้นมาราง ๆ พอได้ยินดังนั้นก็เงยหน้ามองเขา ดวงตาเริ่มมีน้ำตาคลอ
เฉินเจียงเหอปวดหัวขึ้นมาอีกแล้ว
ตอนนี้เขาถึงนึกถึงหลินเชี่ยนเชี่ยนขึ้นมาได้ เธอคนนั้นคือ “คนในฝัน” ของเขาในชาติก่อน
ถ้าพูดด้วยคำสมัยหลัง เขาเป็นพวกตามจีบหลินเชี่ยนเชี่ยนหัวปักหัวปำ แถมยังเป็นไอ้โง่ที่โดนหลอกใช้สารพัดและไม่ยอมกลับใจอีกต่างหาก
แค่หลินเชี่ยนเชี่ยนส่งสายตามาแวบเดียว เฉินเจียงเหอก็ยอมทำทุกอย่างให้เธอแล้ว ต่อให้เธอจะสั่งซ้ายสั่งขวา ไม่เคยพูดดีด้วย เขาก็ยังทำอย่างมีความสุข
เฉินเจียงเหอส่ายหน้าแล้วแอบด่าตัวเองในชาติก่อนว่าโง่ฉิบหาย
“เฉินเอ้อร์โก่ว ฉันพูดแทงใจดำแกแล้วล่ะสิ” จ้าวต้าหู่ยิ้มอย่างได้ใจ “หูเสี่ยวอวิ๋น ไอ้หมอนี่ไม่ใช่แค่อันธพาล เป็นพวกเหลวไหลไร้แก่นสาร แถมยังชอบไปยั่วสาว ๆ ไปทั่ว...”
“หุบปาก!” เฉินเจียงเหวี่ยงฝ่ามือตบใส่เขา ตัดบทจ้าวต้าหู่ทันที “ถ้าไม่อยากโดนฉันซ้อมจนพิการ ก็หุบปากเหม็น ๆ ของแกซะ!”
“เฉินเอ้อร์โก่ว แก...” หลังโดนตบ จ้าวต้าหู่ยังคิดจะด่าต่อ
“เพี๊ยะ!”
“เฉินเอ้อร์โก่ว...”
“เพี๊ยะ เพี๊ยะ!”
“เฉิน...”
“เพี๊ยะ เพี๊ยะ เพี๊ยะ!”
หลังโดนตบติดกันหลายฉาด แก้มข้างหนึ่งของจ้าวต้าหู่ก็บวมเป่ง เลือดไหลออกจากปาก
ในที่สุดเขาก็กลัวจนไม่กล้าพูดอีก เอามือปิดปากไว้ แถมยังไม่กล้าสบตาเฉินเจียงเหอที่จ้องเขาราวกับจะฆ่าให้ตาย
“แม่งเอ๊ย อยากโดนซ้อมกันนักใช่ไหม ไม่โดนสักทีคงนอนไม่หลับสินะ!” เฉินเจียงเหอสลัดมือแล้วลุกขึ้นยืน
“จ้าวต้าหู่... พวกแกทุกคน ฟังให้ดี!”
“เรื่องครั้งนี้ฉันจะไม่เอาความกับพวกแก คราวหน้าเจอฉันก็หลบไปไกล ๆ ไม่งั้นฉันเจอแกเมื่อไร ซัดแกเมื่อนั้น!
“แล้วตั้งแต่วันนี้ไป ฉันชื่อเฉินเจียงเหอ ใครยังเรียกฉันว่าเฉินเอ้อร์โก่วอีก หมัดฉันไม่ได้ทำจากดินหรอกนะ!”
คนพวกนั้นเห็นสภาพน่าอนาถของจ้าวต้าหู่แล้ว จะยังกล้าพูดอะไรได้อีก
เฉินเจียงเหอหันไปมองหูเสี่ยวอวิ๋น กำลังจะเอ่ยปาก
แต่หูเสี่ยวอวิ๋นกลับหันขวับ วิ่งหนีไปอย่างโมโห
คำพูดของจ้าวต้าหู่เมื่อครู่คงได้ผลอยู่บ้าง ยัยหนูนี่ต้องโกรธแน่ ๆ
เฉินเจียงเหอยิ้มขื่น ๆ แต่ไม่ได้ตามไป
บางเรื่องอธิบายไปก็ไม่มีประโยชน์
อีกอย่าง ความสัมพันธ์ระหว่างเขากับหูเสี่ยวอวิ๋นก็ยังไม่ถึงขั้นที่เขาต้องสาบานเพื่ออธิบายอะไร
หลังได้กลับมาเกิดใหม่ ภารกิจสำคัญที่สุดของเขาคือทำให้ครอบครัวมีชีวิตที่ดี
เฉินเจียงเหอเตะเอ้อร์ไหลจื่อที่นอนแกล้งตายอยู่บนพื้นไปอีกทีเพื่อระบายอารมณ์ ก่อนจะด่าไปตลอดทางแล้วเดินจากไป
พอพ้นถนนในตำบล เขาก็เลี้ยวไปทางภูเขา
…………
ตำบลชิงสือตั้งอยู่ในเขตตะวันออกของฉงชิ่ง เป็นแอ่งหุบเขาขนาดเล็กที่มีภูเขาล้อมรอบทั้งสี่ด้าน ชาวบ้านกว่าสามหมื่นคนกระจายกันอยู่ในหมู่บ้านบนเขากว่าสิบแห่ง
แถบนี้ฝนตกชุก มีแม่น้ำลำธารอยู่ทั่วไป นอกจากอ่าวชิงสุ่ยสายใหญ่ที่ไหลผ่านจากตะวันออกไปตะวันตกแล้ว รอบหมู่บ้านต่าง ๆ ก็ยังมีลำธารและแม่น้ำสายเล็กเป็นของตัวเอง
เฉินเจียงเหอเดินเลียบลำธารเข้าไปในภูเขา ระหว่างผ่านบ้านหลังหนึ่งริมลำธาร เขาก็หยิบเคียวมาสะพายไว้ด้านหลังอย่างเป็นธรรมชาติ
จากนั้นก็ตัดไม้ท่อนหนึ่งยาวกว่าหนึ่งเมตรมาถือไว้ แล้วเดินตามทางเล็ก ๆ มุ่งขึ้นไปยังภูเขาด้านหลัง
ในความทรงจำ บ่ายวันนี้หวังซื่อเหริน หมอแผนจีนสูงวัยของตำบล จะถูกงูจงอางกัดตอนขึ้นเขาไปเก็บสมุนไพร และสุดท้ายก็เสียชีวิตเพราะพิษงู
ชาติที่แล้วหวังซื่อเหรินเสียชีวิตไปสามวันกว่าจะมีคนพบศพ เรื่องนี้ทำให้ทั้งตำบลชิงสือแตกตื่นกันใหญ่
เฉินเจียงเหอที่เอาแต่เที่ยวเตร่ยังตั้งใจไปดูที่เกิดเหตุ กลิ่นเหม็นเน่าจากศพของหวังซื่อเหรินกับรอยเขี้ยวงูสีดำคล้ำสองแถวบนขาทำให้เขาอาเจียนอยู่นาน จึงจำได้แม่น
วันนี้เขามา ไม่ได้ตั้งใจช่วยคนอย่างเดียว เขายังหมายตาดีงูของงูจงอางตัวใหญ่ตัวนั้นด้วย
มันเป็นสมุนไพรชั้นดีที่ขายได้ราคาสูง สถานีรับซื้อสมุนไพรประจำอำเภอจ่ายให้ได้อย่างน้อยหนึ่งหรือสองร้อยหยวน
ตอนนี้เขาขาดเงินอย่างหนัก ไม่ต้องพูดถึงงูจงอางเลย ต่อให้เป็นหมีดำโผล่มา เขาก็อยากลองเสี่ยงเอาอุ้งตีนหมีไปขายแลกเงินเหมือนกัน!
หลังเร่งเดินอย่างไม่หยุดพักอยู่สองชั่วโมง เฉินเจียงเหอก็ข้ามเนินเขาเล็ก ๆ ลูกหนึ่งมาถึง “นอกเขา”
คำนี้เป็นวิธีเรียกของชาวตำบลชิงสือ เมื่อเทียบกับแอ่งหุบเขาที่พวกเขาอาศัยอยู่ ขอแค่ข้ามยอดเขาที่ล้อมหุบเขาออกมาได้ ก็เรียกรวม ๆ ว่า “นอกเขา”
ตำบลชิงสือติดกับเขตเสินหนงเจี้ยอันลึกลับและคาดเดาไม่ได้ นอกเขามีสัตว์ป่าชุกชุม ทั้งยังเต็มไปด้วยแมลงมีพิษและหมอกพิษ นอกจากพรานกับคนเก็บสมุนไพรแล้ว แทบไม่มีใครกล้าเสี่ยงเข้ามา
เขาเดินเข้าไปใกล้จุดที่จำได้ว่ามีคนพบศพของหวังซื่อเหรินอย่างช้า ๆ
จากที่ไกล ๆ เขาเห็นชายชราคนหนึ่งสะพายตะกร้าไม้ไผ่ ยืนนิ่งตัวสั่นอยู่ตรงนั้น แต่ไม่กล้าขยับเท้าแม้แต่น้อย
เฉินเจียงเหอค่อย ๆ เข้าไปใกล้อย่างระมัดระวัง แล้วก็เข้าใจทันทีว่าทำไมชายชราถึงไม่กล้าขยับ—
ห่างจากชายชราไปสองเมตร มีงูจงอางตัวมหึมาขดตัวอยู่
มันชูหัวขึ้น พร้อมจู่โจมได้ทุกเมื่อ!
