หูเสี่ยวอวิ๋นทำท่าเขินอายจนเฉินเจียงเหออดกลืนน้ำลายไม่ได้
เมื่อคืนเขาได้สัมผัสมาแล้วว่าริมฝีปากของเธอหวานแค่ไหน และร่างกายก็นุ่มนิ่มเพียงใด
“ว่าที่เมีย ทำไมหน้าแดงอีกแล้วล่ะ? เมื่อคืนที่ฉันพูดไว้ไม่ผิดใช่ไหม พอฉันไปแล้ว จ้าวต้าหู่ก็พาคนมาหาเรื่องหรือเปล่า?”
นิสัยห้าว ๆ ของหูเสี่ยวอวิ๋นหายไปไหนไม่รู้ พอได้ยินคำถาม เธอก็ขานรับเบา ๆ ว่า
“อืม พวกเขามาจริง ๆ เรื่องนี้ต้องเป็นฝีมือพวกนั้นที่คิดใส่ร้ายเราแน่
เมื่อคืน...เรื่องที่นายทำกับฉัน ฉัน...ฉันยกโทษให้แล้ว
อย่าเรียกฉันว่า ‘ว่าที่เมีย’ เลย คนอื่นจะเข้าใจผิดเอา”
เมื่อนึกถึงสิ่งที่เฉินเจียงเหอทำกับเธอเมื่อคืน ใบหน้าของหูเสี่ยวอวิ๋นก็ยิ่งแดงก่ำ พูดจบไม่กี่คำ เธอก็รีบเดินเลี่ยงเขากลับไปต่อ
เฉินเจียงเหอเดินตามหลังเธอไปพร้อมรอยยิ้ม หาเรื่องชวนคุยขึ้นมาว่า
“คุณครูหู ฉันเห็นว่าปัญญาชนที่มาอยู่ในตำบลเราส่วนใหญ่กลับไปกันแล้ว ทำไมเธอยังอยู่ในหมู่บ้าน ไม่ยอมกลับสักทีล่ะ?”
สีหน้าหูเสี่ยวอวิ๋นหม่นลง เธอตอบเสียงเบาว่า
“พ่อของฉันยังไม่ได้รับการคืนความเป็นธรรม ที่บ้านก็ช่วยหาหน่วยงานรับตัวให้ไม่ได้ แถมทางหมู่บ้านก็ไม่ยอมออกหนังสือรับรองให้ฉันสักที ฉันเลยกลับไปไม่ได้”
เฉินเจียงเหอหัวเราะเย็นชา
เรื่องนี้ต้องเป็นฝีมือจ้าวเต๋อจู้กับจ้าวต้าหู่พ่อลูกคู่นั้นอีกแน่
จ้าวต้าหู่หมายปองหูเสี่ยวอวิ๋นมานานแล้ว แม้แต่เรื่องสกปรกเมื่อคืนยังกล้าทำ พวกนั้นยังมีอะไรที่ไม่กล้าทำอีก?
ทั้งคู่เดินคุยกันเบา ๆ ไปตามทาง บรรยากาศชวนให้ใจเต้น
เฉินเจียงเหอกำลังจะฉวยโอกาสรุกต่อ จู่ ๆ ก็มีคนหลายคนพรวดออกมาจากข้างทาง ล้อมพวกเขาไว้ตรงกลาง
จ้าวต้าหู่เห็นทั้งสองเดินมาด้วยกัน แถมยังสนิทสนมกันมาก ก็หึงจนแทบคลั่ง ตะโกนถามเสียงดังว่า
“เฉินเอ้อร์โก่ว ทำไมนายถึงอยู่กับคุณครูหูล่ะ?”
พอเฉินเจียงเหอเห็นคนที่ยืนอยู่หัวแถว เขาก็ยิ้มออกมาทันที
คนที่มาคือจ้าวต้าหู่กับลูกน้องอีกสองสามคน
เมื่อคืนเขายังไม่มีเวลาจัดการพวกนี้ ไม่คิดเลยว่าพวกมันจะมาหาถึงที่อีก
เฉินเจียงเหอดึงหูเสี่ยวอวิ๋นมาไว้ข้างหลัง ถ้าเธอถูกชนจนบาดเจ็บ พวกนักเลงพวกนี้ไม่มีปัญญาจ่ายค่าเสียหายหรอก
เขาประสานกำปั้น บิดข้อมือคลายกล้ามเนื้อไปพลาง ยิ้มเยาะไปพลาง
“จ้าวต้าหู่ ฉันจะอยู่กับใครมันก็เรื่องของฉัน เกี่ยวอะไรกับแก? เมื่อก่อนฉันเรียกแกว่าไอ้เสือโง่ แกยังไม่พอใจ ตอนนี้เห็นชัดแล้วว่าเรียกแกแบบนั้นไม่ได้ผิดเลยสักนิด
เมื่อคืนแกเล่นงานฉัน ฉันยังไม่ได้ไปเอาเรื่อง แต่แกกลับเดินมาหาถึงที่เอง ถ้าไม่โดนฉันอัดสักยก วันนี้แกคงนอนไม่หลับสินะ?”
จ้าวต้าหู่เห็นท่าทางของเขาแล้วก็เริ่มหวั่นใจ
ชื่อเสียงของเฉินเจียงเหอไม่ได้ได้มาจากการคุยโม้ แต่ได้มาจากการต่อยตีมาตั้งแต่เด็ก
ไม่ใช่ว่าเขามีฝีมือเก่งกาจอะไร แต่ขึ้นชื่อเรื่องสู้แบบไม่กลัวตายและลงมือหนัก ต่อให้สู้ไม่ไหวก็ยังกัดเนื้ออีกฝ่ายติดปากมาได้สักชิ้น
ทั่วทั้งตำบลชิงสือ ใครบ้างไม่รู้ฉายา “จอมมารอาละวาด” ของเขา?
จ้าวต้าหู่ถอยหลังไปสองก้าวอย่างแนบเนียน ปากตะโกนข่มขู่แต่แววตากลับหวาดกลัว
“เฉินเอ้อร์โก่ว แกจะมาทำกร่างใส่ฉันใช่ไหม? เราโตมาด้วยกัน ใครไม่รู้ไส้รู้พุงกันบ้าง? พวกเรามีกันเจ็ดแปดคน ยังจะสู้แกไม่ได้หรือไง?”
“ฉันบอกไว้เลยนะ ถ้าแกเอาเรื่องของฉันไปเปิดโปง วันนี้ก็เป็นความผิดของแก ต้องขอโทษฉัน!”
เฉินเจียงเหอยังไม่ทันพูด หูเสี่ยวอวิ๋นที่อยู่ข้างหลังก็คว้าแขนเสื้อเขาไว้แน่น แล้วกระซิบว่า
“เฉินเจียงเหอ อย่า...อย่าตีกันเลย ฉัน...ฉันกลัว”
ถูกคนหน้าตาน่ากลัวล้อมไว้ตั้งหลายคน เป็นสาวน้อยก็คงต้องกลัวอยู่แล้ว
เฉินเจียงเหอกุมมือเธอไว้แน่น ปลอบเสียงเบาว่า
“ไม่ต้องกลัว มีฉันอยู่ตรงนี้ เมื่อคืนมันพาคนบุกเข้าไปในห้องเธอ แถมยังรื้อค้นตู้ด้วยใช่ไหม? เดี๋ยวฉันจัดการให้!”
เขาหันไปมองจ้าวต้าหู่ ก่อนถามพร้อมรอยยิ้ม
“เมื่อกี้แกบอกว่าแค่ขอโทษก็พอใช่ไหม?”
จากนั้นเขาก็ยืนผึ่งผาย ยกมือทำท่าเชื้อเชิญ
“ไอ้เสือโง่ รีบขอโทษสิ แค่ขอโทษ ฉันก็ยกโทษให้แล้ว”
จ้าวต้าหู่โกรธจนหัวเราะออกมา ชักมีดพร้าฟืนออกมาชี้หน้าเขาแล้วด่าลั่น
“เฉินเอ้อร์โก่ว อย่าทำเป็นได้คืบจะเอาศอก ฉันให้แกขอโทษฉันต่างหาก ทำเป็นเก่งไปได้ยังไง?
จักรยานสามคันราคาอย่างน้อยสี่ห้าร้อยหยวน วันนี้ถ้าแกไม่ชดใช้ค่าเสียหาย ฉันจะให้แกเลือดสาด!”
เฉินเจียงเหอไม่เคยแพ้ใครเรื่องปาก เขาสวนกลับทันทีว่า
“ให้ฉันขอโทษแก? สมกับเป็นไอ้เสือโง่จริง ๆ สมองโดนลาถีบมาหรือไง? เดี๋ยวมาดูกันว่ามีดแกจะไว หรือหมัดฉันจะไวกว่ากัน!”
หูเสี่ยวอวิ๋นฟังแล้วเข้าใจขึ้นมา จึงถามเสียงเบาว่า
“จักรยานสามคันที่หายไป พวกเขาเป็นคนขโมยเหรอ?”
ร้านสหกรณ์มีจักรยานหายไปสามคัน นับเป็นเรื่องใหญ่จนคนทั้งตำบลรู้กันหมดแล้ว
เฉินเจียงเหอพยักหน้าเล็กน้อย
“ไอ้พวกโง่นี่ ตอนฉันไปแจ้งความวันนี้ ฉันไม่ได้พูดชื่อพวกมันเลยสักคน เดิมทีไม่มีใครรู้ด้วยซ้ำว่าใครเป็นคนทำ
แต่พวกมันดันยังมาหาเรื่องฉันเอง วิ่งเอาหัวไปชนคมมีด จะโทษใครได้ล่ะ?”
จ้าวต้าหู่ยังไม่ทันพูดอะไร เจ้าหัวเป็นแผลคนหนึ่งก็อดไม่ไหว ตะโกนด่าว่า
“เฉินเอ้อร์โก่ว ไอ้เวร แกมันไม่เห็นแก่พวกเดียวกัน! ถ้าขายจักรยานพวกนี้ได้ พวกเราพี่น้องก็มีเงินกินดีอยู่ดีไปทั้งเดือน แกกลับหักหลังพวกเรา แบบนี้ยังมีหน้ามาสู้หน้ากันอีกเหรอ?”
เฉินเจียงเหรี่ยวตามอง ก่อนจะพุ่งออกไปเตะเข้าที่ท้องอีกฝ่ายเต็มแรง
“โอ๊ย!” อีกฝ่ายไม่ทันได้ตั้งตัว ก็ถูกเตะกระเด็นไปไกล กุมท้องนอนกลิ้งอยู่บนพื้น
เจ็บจนพูดไม่ออก
เฉินเจียงเหอด่าลั่น
“ไอ้เอ้อร์ไหลจื่อไม่เอาไหน! เมื่อไม่กี่วันก่อนแกบอกว่าที่บ้านไม่มีเกลือ ฉันถึงยกเกลือในบ้านให้ไปหนึ่งไห
แกยังกล้ามากับจ้าวต้าหู่หาเรื่องฉันอีกเหรอ? พรุ่งนี้เอาเกลือมาคืนฉันหนึ่งชั่ง ขาดไปแม้แต่นิดเดียว ฉันจะถลกหนังแก!”
เอ้อร์ไหลจื่อกุมท้องครางอยู่บนพื้น เจ็บจนพูดอะไรไม่ออก
จ้าวต้าหู่กับพวกพ้องต่างพากันตกใจ
จอมมารอาละวาดยังกร่างเหมือนเดิม ถูกคนล้อมตั้งมากมายก็ยังกล้าลงมือก่อน
แถมพอลงมือก็เล่นงานคนหนึ่งจนหมดสภาพ ทำเอาคนที่เหลือขวัญหนีดีฝ่อ
จ้าวต้าหู่ก็ไม่ใช่คนยอมใครง่าย ๆ เห็นว่าคงคุยกันดี ๆ ไม่ได้แล้ว จึงตะโกนลั่นว่า
“จ้าวเอ้อร์โก่ว อย่ามากร่างให้มันมากนัก!”
“ฉันมีคนตั้งเยอะ จะกลัวแกทำไม? พวกเรา ลุย! ถ้าตีมันตาย ฉันรับผิดชอบเอง!”
แถบนี้ผู้คนขึ้นชื่อเรื่องใจนักเลง ยิ่งพวกนี้เป็นหนุ่มวัยยี่สิบกว่า ๆ เวลาตีกันก็ยิ่งไม่กลัวตาย
พอจ้าวต้าหู่สั่ง นักเลงวัยรุ่นหลายคนก็พุ่งเข้าใส่เฉินเจียงเหอที่ยืนอยู่ตรงกลาง
หูเสี่ยวอวิ๋นหน้าซีดด้วยความตกใจ กอดแขนเฉินเจียงเหอไว้แน่น หลับตาปี๋
สาวน้อยที่มาจากในเมืองจะเคยเห็นเหตุการณ์แบบนี้ได้ยังไง
เฉินเจียงเหอโอบเอวเธอไว้ แล้วตะโกนเสียงต่ำว่า
“ว่าที่เมีย กอดฉันให้แน่น! อย่าหลับตา ดูสามีในอนาคตของเธอจัดการไอ้พวกงี่เง่านี่!”
เอวหูเสี่ยวอวิ๋นถูกกระชับเข้าหาเขา จู่ ๆ ก็รู้สึกเหมือนตัวเองลอยขึ้น
เฉินเจียงเหอตัวสูงใหญ่ ใช้แขนข้างเดียวโอบหูเสี่ยวอวิ๋น แล้วยกเธอขึ้นได้อย่างสบาย ๆ หลบการโจมตีระลอกแรกของพวกนั้น
จากนั้นเขาไม่เพียงไม่ถอย แต่กลับพุ่งเข้าใส่จ้าวต้าหู่ที่ตะโกนเสียงดังที่สุด
จ้าวต้าหู่เห็นเขาพุ่งเข้ามาก็ไม่ถอยเหมือนกัน ยกขาเตะสวนเข้าไป
หูเสี่ยวอวิ๋นตกใจจนกรีดร้อง รีบหลับตาปี๋
ร่างกายของเธอเกร็งไปหมด เตรียมรับแรงเตะที่กำลังจะกระแทกเข้าตัว
“ไม่ต้องกลัว!” เฉินเจียงเหอปลอบเธอ ก่อนจะโอบเอวไว้แล้วบิดตัวหลบอย่างคล่องแคล่ว
เขาหลบลูกเตะกลางอากาศของจ้าวต้าหู่ แล้วใช้มือข้างเดียวรองขาของอีกฝ่ายตามทิศทางที่เตะมา ดันขึ้นเบา ๆ
จ้าวต้าหู่จึงถูกแรงเหวี่ยงพาตัวลอยตรงไปไกลกว่าสองเมตร เสียง “ตึง” ดังขึ้นตอนร่างกระแทกพื้น เขากุมก้นร้องโอดโอยด้วยความเจ็บปวด
จากนั้นเฉินเจียงเหอก็ทั้งชกทั้งเตะ จัดการนักเลงวัยรุ่นเจ็ดแปดคนจนลงไปกองกับพื้น ไม่มีใครยืนอยู่ได้สักคน
คราวนี้จ้าวต้าหู่กับพวกพ้องถึงได้กลัวขึ้นมาจริง ๆ แต่ละคนแกล้งนอนแผ่อยู่กับพื้น ไม่กล้าลุก
ก่อนมาหาเรื่อง ทุกคนก็รู้ว่าเฉินเจียงเหอสู้เก่ง แต่พวกเขาอาศัยจำนวนคนที่มากกว่า คิดว่ารุมสั่งสอนเขาสักรอบคงไม่ยาก
กลายเป็นว่าพวกเขาเจ็ดแปดคนยังแตะชายเสื้ออีกฝ่ายไม่โดน ก็ถูกอัดลงไปนอนกองหมดแล้ว
แบบนี้จะสู้ไปเพื่ออะไรอีกล่ะ!
