หนึ่งชั่วโมงต่อมา
หลงเฉินยังคงเดินอยู่บนถนน ทอดอารมณ์ไปกับราตรี
“ปี๊น ปี๊น ปี๊น...!” จู่ ๆ ก็มีเสียงแตรรถดังมาจากด้านหลัง
หลงเฉินหันกลับไปมอง เห็นรถโรลส์-รอยซ์คันหนึ่งอยู่ไม่ไกล กำลังขับตามเขามาอย่างช้า ๆ
หลงเฉินขมวดคิ้ว รถโรลส์-รอยซ์คันนี้ดูคุ้นตา เหมือนเคยเห็นที่ไหนมาก่อน ทันใดนั้นเขาก็นึกออก คล้ายกับรถของท่านปู่เชิง ซึ่งก็เป็นโรลส์-รอยซ์เหมือนกัน
รถโรลส์-รอยซ์จอดลงข้างหลงเฉิน กระจกหน้าต่างเลื่อนลง
“นายน้อย เป็นคุณจริง ๆ ด้วย ทำไมถึงมาเดินอยู่บนถนนคนเดียวกลางดึกแบบนี้ล่ะ” ท่านเชิงรู้สึกจมูกแสบร้อน เมื่อเห็นหลงเฉินเดินอยู่บนถนนเพียงลำพังอย่างโดดเดี่ยวอ้างว้าง ก็รู้สึกสงสารขึ้นมาจนแทบกลั้นน้ำตาไม่อยู่ หากสำนักมังกรเทพเจ้าไม่ถูกทำลาย ตอนนี้เขาคงเป็นเด็กที่มีความสุขอย่างยิ่ง แต่บัดนี้กลับเหลือตัวคนเดียว ต้องระหกระเหินอยู่ในโลกปุถุชน ไม่มีใครห่วงใย ไม่มีใครดูแล แม้แต่จะออกมาเดินบนถนนก็ไม่มีใครอยู่เป็นเพื่อน
“ฮ่า ๆ เมื่อครู่ออกไปกินข้าวข้างนอกมา คิดว่าไม่ได้เดินบนถนนมานานแล้ว ก็เลยเดินกลับเสียเลย” หลงเฉินพูดพร้อมรอยยิ้ม
“นายน้อย ผมสมควรตาย เป็นเพราะผมดูแลนายน้อยไม่ดี”
“พอเถอะ อย่าเอะอะก็ร้องไห้สิ” หลงเฉินพูดอย่างเอือมระอา
“นายน้อย ขึ้นรถเถอะ บ้านผมอยู่แถวนี้เอง แวะไปนั่งเล่นที่บ้านผมก่อน”
หลงเฉินคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วพยักหน้า “ก็ได้ ฉันยังไม่เคยไปบ้านนายเลย ท่านเชิงผู้เลื่องชื่อไปทั่วเมืองเทียนไห่ บ้านคงใหญ่โตโอ่อ่าน่าดู”
