“เชิญพูดได้เลยครับ!”
เหลียวเฟย์หู่มองหลงเฉินแล้วกล่าวว่า “หลงเฉิน ก่อนอื่นต้องขอแสดงความยินดีกับนาย ที่เอาชนะหูเหวยเผาะง อันดับเจ็ดของคณะศิลปะการต่อสู้ได้ ถึงนายจะไม่ได้เรียนอยู่คณะศิลปะการต่อสู้ แต่ในฐานะรุ่นพี่ในวงการยุทธ์ ฉันมีบางเรื่องที่จำเป็นต้องบอกนายสักหน่อย”
หลงเฉินยกมุมปากขึ้นเล็กน้อย ไอ้หมอนี่เป็นใครกัน ถึงกล้ามาเรียกตัวเองว่ารุ่นพี่ต่อหน้าเขา แต่หลงเฉินไม่ได้แสดงออกมา กลับอยากฟังดูเสียหน่อยว่าอีกฝ่ายจะพูดอะไร
“ฉันคิดว่าเวลาคนคนหนึ่งฝึกยุทธ์ ฝีมือสูงต่ำหรือพรสวรรค์มากน้อยไม่ใช่เรื่องสำคัญที่สุด สิ่งสำคัญที่สุดคือคุณธรรมแห่งวิชา หรือก็คือคุณธรรมของผู้ฝึกยุทธ์ คนที่มีคุณธรรมแห่งวิชาสูงส่งเท่านั้น ถึงจะเป็นผู้แข็งแกร่งอย่างแท้จริง เอาละ ฉันมีเรื่องอยากพูดแค่นี้ หวังว่าต่อไปนายจะก้าวหน้าได้ดียิ่งขึ้น” เหลียวเฟย์หู่ยิ้มบางๆ ทำท่าราวกับรุ่นพี่กำลังชี้แนะรุ่นน้อง
“ใช่ๆ รุ่นพี่เหลียวพูดถูกแล้ว” หลี่ว่านโจวพยักหน้าหงึกหงัก ทำท่าเหมือนน้อมรับคำสั่งสอน ในฐานะผู้ปกครองของหลงเฉิน เขาแสดงท่าทีเช่นนี้ก็สมควรแล้ว
