ฟางอวี๋ยกยิ้มยียวนก่อนจะเชยคางของเจียงนี่อี้ขึ้น “เราไปมีลูกชายมาจากไหนกัน? ว่าไงล่ะ? ในใจอาจารย์เองก็น่าจะรู้ดีแก่ใจไม่ใช่หรือไง เรื่องนี้ก็อาจารย์นั่นแหละที่เป็นคนตัดสินใจ”
เจียงนี่อี้อ้ำอึ้งตอบกลับ “นี่...นี่คุณรู้แล้วเหรอ?”
ฟางอวี๋พูดต่อ “ในฐานะพ่อของมะม่วงแล้ว ฉันจะไม่รู้ได้ยังไง? ก็ตอนนั้นเราสองคนไปเก็บมันกลับมาด้วยกันไม่ใช่รึไง?”
เจียงนี่อี้ชะงักไปเล็กน้อย “คุณหมายถึงมะม่วงเหรอ?”
สมองของฟางอวี๋เองก็ดับวูบไปเหมือนกัน “ไม่งั้นอาจารย์คิดว่าเป็นใครล่ะ? มะม่วงก็คือลูกชายของเราไม่ใช่เหรอ?”
เจียงนี่อี้พยักหน้า ยืนยันหนักแน่น “ฉันก็คิดถึงมะม่วงเหมือนกัน”
ฟางอวี๋หัวเราะ “ดูมันสิ ปกติก็ไม่เห็นชอบเล่นของเล่นพวกนั้น เกิดมันชอบตุ๊กตาขึ้นมาล่ะ?”
เจียงนี่อี้หน้าแดงพลางออกแรงดันแผ่นหลังของฟางอวี๋ให้เดินไปข้างหน้า “งั้นเราไปยิงตุ๊กตามาให้น้องมะม่วงกันเถอะ”
ฟางอวี๋ถาม “อาจารย์นี่รีบร้อนจังนะ?”
ถึงปากจะพูดแบบนั้น แต่เท้าก็ก้าวเร็วขึ้น
คนที่มาเที่ยวยังมีอยู่ไม่น้อย ฟางอวี๋กับเจียงนี่อี้เลยต้องยืนต่อคิว แต่ข่าวดีคือคิวเดินเร็วมาก ไม่นานก็ถึงคิวของทั้งสอง
พนักงานในชุดยูนิฟอร์มเอ่ยเตือน “ปืนกระบอกนี้บรรจุกระสุนมาสิบนัด ถ้ายิงถูกหมดทุกนัด ก็เลือกรับตุ๊กตาตัวใหญ่ที่สุดไปได้เลย แต่ถ้ายิงถูกแค่สี่นัด ก็ได้ตัวเล็กสุดแทนนะครับ...”
เขาอธิบายกฎกติกาออกมาชัดเจน ง่ายต่อการเข้าใจ ยิ่งยิงถูกมากเท่าไร ตุ๊กตาก็ยิ่งตัวใหญ่
แถมยังต้องยิงลูกโป่งให้แตกด้วย เรื่องความแม่นยำจึงสำคัญมาก
