......
“ตระกูลหยางมั่นใจขนาดนั้นเลยหรือ? นั่นมันเครื่องสวมใส่ระดับแพลทินัมนะ!”
“ก็ไม่แปลก ตระกูลหยางเป็นพ่อค้าเครื่องสวมใส่ที่ใหญ่ที่สุดในเมืองซางหยู จะขาดอะไรที่ไหนล่ะ!”
หยางเจี้ยนเหลียงไม่ได้หยิบของประมูลออกมา แต่กลับยิ้มพลางพูดต่อว่า
“ทุกท่านอย่าได้ร้อนใจไปเลย พวกเราตระกูลหยางจัดงานประมูลอยู่บ่อยครั้ง จะไม่เหมือนบางคนที่เห็นแก่หน้า เอาของดีที่สุดออกประมูลเป็นชิ้นแรก ของที่ตามมาทีหลัง จะยิ่งดีขึ้นเรื่อย ๆ”
พูดจบ เขาก็มองไปยังแขกฝั่งงานประมูลหมาป่าเงิน
“ผู้ใดสนใจประมูลของตระกูลหยาง พวกเราก็ยินดีต้อนรับเช่นกัน!”
หยางเจี้ยนเหลียงไม่มีทีท่าจะหยิบของประมูลออกมา ยกมือกอดอก ยิ้มพลางสำรวจหลีเหยา
“ไอ้แก่บ้านี่ช่างน่าหมั่นไส้จริง ๆ!”
ฉินเยว่ทำปากจู๋ พลางบ่นด้วยความโมโห
“ไม่เพียงแต่พูดจากระแนะกระแหนพวกเรา ยังให้พวกเราประมูลก่อนอีก”
“เขาบอกว่าของที่เขานำมาประมูลดีกว่าของเรา ต่อให้แขกของเราอยากได้ค้อนทำลายล้างมนุษย์ ก็ต้องยั้งมือไว้ เก็บทรัพยากรไว้แลกของชิ้นต่อไป!”
“เช่นนั้น เจ้าก็คิดว่าของที่เขานำมาประมูล ดีกว่าของเราหรือ?”
หลีเหยายิ้มบาง ๆ ถาม
“จะเป็นไปได้อย่างไรกัน!” ฉินเยว่เชิดหน้าขึ้น พูดอย่างภาคภูมิใจ “ค้อนทำลายล้างมนุษย์ในระดับแพลทินัม ถือเป็นพวกที่แข็งแกร่งที่สุดในขั้นสูงสุดแน่นอน!”
“ก็ถูกแล้ว หากอยากได้สิ่งที่แข็งแกร่งกว่า ก็ต้องเป็นเครื่องสวมใส่ระดับอสูรกาย หรือวิชาระดับเอส!” หลีเหยาหรี่ตาทั้งสองข้างลงเล็กน้อย
มองหยางเจี้ยนเหลียงบนเวที สายตาแฝงไว้ซึ่งความอันตราย
“ข้าเคยดูงานประมูลที่ตระกูลหยางเคยจัด หนังสือสกิลระดับเอถูกเก็บไว้เป็นของสุดท้าย ต่อให้พวกเขามีหนังสือสกิลระดับเอส ก็ต้องเก็บไว้ท้ายสุด ไม่มีทางเอามาออกก่อนหน้านี้หรอก”
