จุนเฉิงสีได้กินดื่มอย่างเต็มที่อยู่กับน้องชายคนที่สี่ ทั้งยังได้ลิ้มรสความรู้สึกที่ไม่มีใครคอยควบคุมอยู่พักหนึ่ง จึงรู้สึกไม่ค่อยอยากกลับไปเสียแล้ว
เขานั่งลงข้างฉินเป่าอัน แล้วยิ้มเจ้าเล่ห์ “น้องสี่ คืนนี้พี่สามขอนอนที่นี่กับเจ้าได้หรือไม่”
ฉินเป่าอันชะงักไป “ทำไมหรือ”
จุนเฉิงสีตอบอย่างมีเหตุผลเต็มที่ “ก็เพราะอยู่ที่นี่แล้วสบายใจนี่นา กลับตำหนักเสียนฝู เสด็จแม่ก็เอาแต่ควบคุมข้า แต่พออยู่ที่นี่ ข้าอยากกินอะไรก็มีให้กิน ดีจะตาย”
ฉินเป่าอันเบ้ปาก เผยสีหน้าไม่พอใจเล็กน้อย
นี่มันเอาเขามาเป็นโล่กำบังอย่างโจ่งแจ้งชัด ๆ
“ได้หรือไม่เล่า” จุนเฉิงสีรวบตัวฉินเป่าอันเข้ามากอด เอาใบหน้ากลมป้อมแนบเข้าไป คล้ายลูกสุนัขตัวน้อยที่เอาตัวมาคลอเคลียถูไถกับน้องชาย “น้องสี่ น้องชายคนดีที่พี่รักที่สุด ช่วยพี่สักครั้งเถิด พี่ชอบเจ้าที่สุดเลย”
เขาแรงเยอะ กอดเสียแน่นจนเนื้อนุ่มบนแก้มฉินเป่าอันถูกถูไถจนบิดเบี้ยว
ฉินเป่าอันถอนหายใจอย่างจนใจ ทำได้เพียงพยักหน้า “ก็ได้”
อย่างไรเสียเตียงของเขาก็กว้างอยู่แล้ว มีพี่สามเพิ่มมาอีกคนก็ไม่เป็นไร
“น้องสี่ดีที่สุดเลย!” จุนเฉิงสีดีใจ กอดฉินเป่าอันแล้วหอมแก้มแรง ๆ หนึ่งที
ฉินเป่าอันยกมือปิดหน้า รู้สึกว่าบนแก้มติดกลิ่นหวานเลี่ยนของขนมฝรั่งเกาหรี จึงใช้แขนเสื้อเช็ดอย่างรังเกียจแต่ก็จนใจ
เมื่อได้รับคำอนุญาตจากฉินเป่าอัน จุนเฉิงสีก็เดินไปที่ประตูทันที แล้วพูดกับขันทีน้อยที่ชูเฟยส่งมาติดตามเขาว่า “เจ้ากลับไปกราบทูลเสด็จแม่ บอกว่าคืนนี้ข้าไม่กลับแล้ว น้องสี่กับข้าคุยกันถูกคอ เขารบเร้าให้พี่อยู่เป็นเพื่อนจนถึงกับขอให้พี่นอนด้วย ข้าปฏิเสธไม่ไหว จึงต้องอยู่เป็นเพื่อนน้องชาย”
ฉินเป่าอันฟังเขาพูดจาเหลวไหลด้วยสีหน้าจริงจังจนตาโต
