เรือนเหิงอู๋เป็นที่ประทับของเจียงเจาอี๋
เจียงเจาอี๋มีฐานะพิเศษ นางเคยเป็นเทพธิดาศักดิ์สิทธิ์แห่งเมียวเจียง เชี่ยวชาญวิชาคุณไสยและการปรุงพิษ อีกทั้งยังมีนิสัยประหลาดลึกลับยากหยั่งถึง
เหล่าสนมในวังหลัง รวมถึงฮองเฮา ต่างพากันอยู่ห่างจากนาง หากไม่จำเป็นก็ไม่ไปมาหาสู่
แม้พวกนางจะริษยาที่เจียงเจาอี๋ครองพระเมตตาแต่เพียงผู้เดียว ทั้งยังไม่ชอบนิสัยอวดดีเพราะได้รับความโปรดปราน ทว่าก็กล้าเพียงนินทาลับหลัง ไม่มีผู้ใดกล้าหาเรื่องนางต่อหน้า
มิฉะนั้น ต่อให้นางเป็นโฉมงามอสรพิษทำให้เจ้าตายอย่างไร เจ้าก็คงไม่รู้ตัวด้วยซ้ำ
แต่จุนมู่เฮิงกลับชอบเจียงเจาอี๋เช่นนี้ยิ่งนัก
ความงามอันหาได้ยากประกอบกับนิสัยที่ไม่เหมือนผู้ใดในวังหลัง จึงจะกระตุ้นความปรารถนาอยากพิชิตของเขาได้
เขาอนุญาตให้นางทำตัวแตกต่างจากผู้อื่น ทั้งยังยกเว้นธรรมเนียมที่นางต้องไปคารวะฮองเฮา
แม้นางจะเลี้ยงแมลงมีพิษหรือวางไหกู่ไว้ในเรือน เขาก็ไม่ซักไซ้ให้มากความ
แต่ปัญหาคือ...
ทุกครั้งที่มาเยือนแล้วเห็นสิ่งเหล่านี้ จุนมู่เฮิงก็แทบจะทนไม่ไหว
ทันทีที่ก้าวเข้าเรือน ฝูงผึ้งพิษนับไม่ถ้วนก็บินว่อนอยู่กลางอากาศ ส่งเสียง “หึ่ง ๆ” ชวนให้หงุดหงิด
ผึ้งพิษเหล่านั้นได้รับการเลี้ยงดูด้วยเลือดของผู้เลี้ยง จึงจดจำเจ้าของได้
หากถูกต่อยเข้า แม้เพียงครั้งเดียว แต่ไม่ได้รับยาแก้พิษภายในครึ่งชั่วยาม ก็จะเลือดออกทวารทั้งเจ็ดจนสิ้นใจ
ยิ่งเดินลึกเข้าไปก็ยิ่งวังเวงน่าขนลุก งูพิษ ตะขาบ แมงป่อง คางคก...สัตว์มีพิษทั้งห้าแห่งเมียวเจียงพบเห็นได้ทั่วไป ล้วนเป็นของล้ำค่าที่เจียงเจาอี๋ใช้หลอมกู่และปรุงยา
จุนมู่เฮิงเห็นจนชินตาแล้ว จึงเร่งฝีเท้ามุ่งตรงไปยังห้องขององค์หญิงสอง จุนเพ่ยเพ่ย
เพิ่งเข้าไปในห้อง ก็เห็นบ่าวกำลังยกสำรับเย็นที่ยังไม่ได้แตะต้องออกไป
“เกิดอะไรขึ้น?”
“ทูลฝ่าบาท องค์หญิงไม่ยอมเสวยเพคะ พวกหม่อมฉันเกลี้ยกล่อมอย่างไรก็ไม่เป็นผล...”
