หลิงเทียนใช้พลังพิเศษมากเกินไปจนไม่อาจรักษาร่างมนุษย์ได้ชั่วขณะ
แถมเฉียวหรานยังว่าเขาตัวเล็กอีกต่างหาก
บอกว่าเขาน่ารัก
เขาทนไม่ไหวจริง ๆ
เลยงอนซุกหัวไม่ยอมมองเฉียวหราน
พอมาเห็นสองพี่น้องหลินเซียวกับหลินปานได้แก่นแก้วเพียงเม็ดเดียวก็เลื่อนขั้นเป็นคนอสูรระดับสี่ขั้นสูง ยิ่งไม่อยากเจอหน้าเฉียวหรานเข้าไปใหญ่
ทันใดนั้น เขารู้สึกว่าเฉียวหรานอุ้มเขาขึ้นมา
แล้วสัมผัสได้ถึงไออุ่นนุ่มละมุนที่ห่อหุ้มตัว พร้อมกลิ่นหอมหวานเย้ายวน
เฉียวหรานกำลังทำอะไร
หัวใจเขาเต้นเร็วขึ้น
หลิงเทียนค่อย ๆ ชะโงกหัวออกมาจากใต้พุง นัยน์ตากลมโตภายใต้ขนคิ้วสีทองหดตัวลงทันที
เขาอยู่ใน... ของเฉียวหราน
ร่างของหลิงเทียนแข็งค้าง หัวตั้งเกร็ง
เฉียวหรานครางงึมงำในความงัวเงีย “อืม” พร้อมกับกดหัวหลิงเทียนกลับเข้าไป
หลิงเทียน: !!!
อุณหภูมิกายพุ่งพรวด ไม่กล้าขยับแม้แต่น้อย
นุ่มจัง หอมจัง...
หัวใจเต้นระรัวจนขนสีขาวเงินที่อกสะเทือน หลิงเทียนรู้สึกเหมือนตัวจะระเบิด
ไกลออกไป
ฉือเฟิง อวี้ไป๋ หลินเซียว และหลินปานมองเฉียวหรานที่นอนขดตัวอยู่ในอ้อมกอดของเฉิงเหย่
แล้วเห็นหลิงเทียนที่ถูกเฉียวหรานกกไว้แนบอก แววตาพลันหม่นลง
ที่แท้เฉียวหรานชอบร่างอสูรตัวเล็กขนปุกปุย
มิน่าหลิงเทียนถึงจงใจแปลงเป็นเหยี่ยวพเนจรน้อย
หึ!!!
นกเจ้าเล่ห์อีกตัว!
ลมหายใจของเฉียวหรานสม่ำเสมอและลึกขึ้นเรื่อย ๆ
สองพี่น้องตระกูลหลินเริ่มใจร้อนรน
ถามเสียงต่ำ “ฉือเฟิง หล่อนเป็นอะไรกันแน่”
