เนินเขาที่เคยมีทิวทัศน์งดงาม บัดนี้กลับกลายเป็นทะเลเพลิงดั่งขุมนรก พิษร้ายลุกไหม้ในกองเพลิง พวยพุ่งควันดำคละคลุ้ง
เฉียวหรานมองไม่เห็นเงาของเหล่าสามีอสูรเลย
นางหยิบอาวุธออกมา ถามอย่างร้อนรน “ฟ่านอวี่ คุณเห็นฉือเฟิงกับพวกเขาหรือเปล่า”
ทันใดนั้นเอง เสือเพลิงยักษ์สองตัว ตัวลุกโชนด้วยเปลวไฟสีน้ำเงิน ก็ทะลวงผ่านฝูงอสูรปีกพังผืดดำทะมึนที่อัดแน่น พุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้า
เปลวไฟสีน้ำเงินของพวกมันเขมือบเปลวเพลิงสีแดงอาบพิษที่อยู่รอบ ๆ ใบมีดไฟที่ฟาดออกมาแทงทะลวงร่างอสูรปีกพังผืด
อสูรปีกพังผืดที่มีพลังพิเศษธาตุไฟเหมือนกัน กลับถูกเปลวไฟสีน้ำเงินของพวกมันจุดติด
อสูรปีกพังผืดที่ถูกเผาจนกลายเป็นลูกไฟ ส่งเสียงร้องโหยหวนร่วงหล่นลงพื้น
เฉียวหรานตกตะลึง “หลินเซียว หลินปานนั่นเอง!”
พวกเขารับมือกับการโจมตีเป็นฝูงของอสูรปีกพังผืดได้อย่างง่ายดายถึงเพียงนี้
ทันใดนั้น
ในทะเลเพลิงสีแดง มีแสงสีเงินคมกริบสายหนึ่งพุ่งขึ้นมาอีก
มังกรเจียวก็ทะลวงผ่านการปิดล้อมของฝูงอสูรปีกพังผืดออกมาได้เช่นกัน
มังกรเจียวขดขดวนทะยานขึ้นฟ้า มีโล่น้ำแข็งงดงามตระการตาคุ้มกายอยู่รอบตัว
เปลวเพลิงพิษของอสูรปีกพังผืดนับไม่ถ้วนโจมตีเข้าใส่เขา แต่ล้วนถูกโล่น้ำแข็งสกัดไว้ หาอาจทำร้ายเขาได้แม้แต่น้อย
มังกรเจียวโปรยลูกธนูน้ำแข็งสีเงินแน่นขนัดไปทั่วท้องฟ้า หัวลูกธนูอันเย็นเยียบมีพิษงูชนิดรุนแรงติดอยู่
ถัดมา ใบมีดน้ำแข็งสีเงินดุจพายุฝนก็เทลงมาอย่างบ้าคลั่ง หัวลูกธนูอันแหลมคมเป็นอย่างยิ่งทิ่มแทงทะลวงร่างอสูรปีกพังผืด
อสูรปีกพังผืดถูกแทงกลางอากาศ และถูกพลังภายในของลูกธนูน้ำแข็งกระแทกร่วงลงพื้น ร่างกายที่เต็มไปด้วยรอยย่นถูกตรึงติดพื้นดิน
อสูรปีกพังผืดสยายปีกดิ้นรนอย่างทรมาน กระทั่งพิษงูร้ายแรงซึมซาบทั่วร่าง สุดท้ายก็ล้มลงกับพื้น
