เฉียวหรานยังถามไม่หยุดว่า “ฉือเฟิง นั่นตัวอะไรน่ะ สวยจังเลย”
เสียงฉือเฟิงหม่นหมอง “นั่นคือร่างอสูรของฟ่านอวี่--อสูรเทพหงส์เพลิง”
เขาใช้พลังจิตตรวจพบว่า ฟ่านอวี่เลเวลอัปอีกแล้ว ตอนนี้เป็นคนอสูรระดับเจ็ดแล้ว
เฉียวหราน …
ที่แท้ก็พระเอกนี่เอง
มิน่าล่ะถึงมีออร่าโดดเด่นขนาดนี้
แล้วเธอเองก็เป็นหนึ่งในตัวประกอบที่คอยขับเน้นออร่าพระเอกนางเอก
เฉียวหรานพลันรู้สึกว่า เจ้าหงส์เพลิงตัวนั้นช่างโอ้อวด เสแสร้งจริง ๆ
เธอหันหลังเดินเข้าไปในศูนย์จัดการการค้า หมดความสนใจในตัวหงส์นั่นทันที
หลินเซียวกับหลินปานเบิกตาสีทองเป็นประกาย จ้องเขม็งไปที่เจ้าหงส์ขี้อวดนั่น
พวกเขาก็มีพลังพิเศษธาตุไฟเหมือนกัน
แต่เปลวไฟของพวกเขาเป็นสีน้ำเงิน
ไม่เหมือนเปลวไฟสีทองของฟ่านอวี่ที่หรูหราพร่างพราย ดึงดูดสายตา
แล้วก็ไม่มีร่างอสูรที่วิจิตรตระการตา ชวนให้หลงใหลเหมือนหงส์อีก
มิน่าเล่าเจ้านายสตรีเพศเมียถึงไม่ชอบพวกเขา
ในใจของสองพี่น้องมีความกังวลอีกอย่างหนึ่งซ่อนอยู่
ตระกูลฟ่านเคยสืบเชื้อสายมาจากราชินี
พวกเขาย่อมรู้ดีว่า ราชินีรุ่นก่อนมีพลังพิเศษมิติที่สามารถหยิบฉวยสิ่งของจากต่างโลกได้
ถ้าฟ่านอวี่รู้ว่าเฉียวหรานก็มีพลังพิเศษแบบนั้นล่ะก็ เขาจะหันมาจีบนายหญิงของพวกเขาหรือเปล่า
หลิงเทียนเม้มริมฝีปากแน่น ดวงตาชั้นเดียวคมกริบเย็นเยียบ
เขาเองก็เป็นอสูรบินได้เหมือนกัน ทว่าทั้งร่างมีเพียงสีเงินกับสีขาว เมื่อเทียบกับขนห้าสีตระการตาและหางงามพลิ้วไหวของฟ่านอวี่
ร่างอสูรของเขาไม่มีเสน่ห์เลยสักนิด
มิน่าเล่าหรานหรานถึงไม่ชอบเขา
จิตใจของฉือเฟิงหนักอึ้งที่สุด
