หลิงเทียนได้ยินเฉียวหรานชมฉือเฟิง ใจก็พลันรู้สึกเปรี้ยวปร่า
เขาแบกเฉียวหรานบินมาตั้งนาน ไม่ได้ยินเฉียวหรานชมเขาสักคำ
หรือว่าเขาในร่างคนอสูรไม่หล่อ?
หรือเฉียวหรานไม่ชอบ?
เขาบินสูงขึ้น ไม่ให้เฉียวหรานเห็นฉือเฟิง
เจ้าอสูรวัวดุร้ายสะบัดต้นไม้ออกจากเขา เห็นหมีน้อยกลิ้งอยู่บนพื้น มันคำรามก้มหัวพุ่งเข้าใส่
ทันทีที่ปลายเขาแหลมกำลังจะทะลุร่างหมีน้อย จู่ๆ เจ้าหมีขนปุยก็แปลงกาย หมีเผ่าพันธุ์แข็งแกร่งสูงห้าเมตรปรากฏตัวขึ้น มือทั้งสองจับเขาวัว แล้วเหวี่ยงขึ้นมาทันที
อสูรวัวดุร้ายกลับถูกมันเหวี่ยงจนล้มคว่ำ
ลูกตาวัวขนาดเท่ากระดิ่งราวกับมีไฟลุกโชน ความเดือดดาลพุ่งสูงถึง 1000% พลังพิเศษของสัตว์อสูรระดับสี่รวมตัว แล้วพุ่งชนใส่คนอสูรหมีอีกครั้ง
เฉิงเหย่ตัวใหญ่ขนาดนี้ได้ยังไง!!
เฉียวหรานยังไม่ทันแปลกใจ ก็เห็นคนอสูรหมีตัวใหญ่ถูกสัตว์อสูรพุ่งชนขึ้นฟ้า แล้วร่วงลงกระแทกพื้นอย่างแรง ร่างมหึมากลิ้งเกลือกอยู่บนพื้น
“หลิงเทียน เฉิงเหย่อันตราย บินไปช่วยเฉิงเหย่เร็ว!”
หลิงเทียนพุ่งดิ่งลงมา ก่อนที่อสูรวัวดุร้ายจะแทงทะลุร่างเฉิงเหย่ กรงเล็บคมกริบก็คว้าเข้าที่ลูกตาวัวสีแดงราวกับไฟเดือดดาล
อสูรวัวดุร้ายเจ็บตา มองไม่เห็นรอบข้าง พุ่งชนสะเปะสะปะไปทั่ว
หลิงเทียนพาเฉียวหรานบินขึ้นสูง
เฉิงเหย่ฉวยโอกาสหนีไปที่ปลอดภัย น้ำตาคลอเบ้าด้วยความซาบซึ้ง
เขาได้ยินหรานหรานบอกให้ช่วยเขา
หรานหรานถึงกับฝ่าอันตรายมาช่วยเขาในเวลาแบบนี้
เขาเป็นอสูรเดียวดาย ตั้งแต่เล็กจนโตมีแต่ถูกคนอสูรรังแก ไม่เคยมีใครช่วยเขา ไม่เคยมีใครมาช่วยในยามคับขันเลย
