เย่เย่าไม่เพียงไม่ได้รับอาหาร แต่ยังถูกด่าว่าเป็นคนอสูรแก่
เขาคุกคามเฉียวหรานกับพวกไม่ได้จริง ๆ
เพราะการที่พวกเขาตกมาอยู่ในสถานการณ์นี้ ล้วนเกิดจากการที่อวิ๋นลู่อัญเชิญสัตว์อสูร
“อวิ๋นลู่…”
อวิ๋นลู่มองเย่เย่าที่ไม่ได้ของดีอะไรกลับมาเลย
เฉียวหรานกับพวกชอบบอกว่าเย่เย่าเป็นคนอสูรแก่
ทำให้นางเองก็รู้สึกว่าเย่เย่าเป็นคนอสูรแก่ที่ไม่มีใครต้องการ
นางทำหน้าบึ้งตึงแล้วพูดว่า “เจ้านี่ไร้ประโยชน์จริง ๆ ถ้าฟ่านอวี่อยู่ที่นี่ก็คงดี”
ช่างเป็นคนอสูรที่ทั้งแก่ทั้งไร้ประโยชน์ ไม่สามารถปกป้องนางได้เลยสักนิด
ทำให้นางบาดเจ็บ แล้วยังติดอยู่ที่นี่ทนหิวทนหนาว
ความโกรธที่อัดอั้นในใจของเย่เย่าปะทุขึ้นมาในทันใด!
“เจ้า!”
ในความมืด ดวงตาของเสือดำส่องแสงคมเย็นจับจ้องมองนาง
อวิ๋นลู่ใจสั่นหวิวอย่างห้ามไม่ได้ “เจ้า เจ้ามองข้าแบบนี้ทำไม?”
“…ไม่มีอะไร”
เสือดำส่งเสียงทุ้มต่ำ เดินไปข้าง ๆ นาง แล้วหันหลังให้นางนั่งลง
พูดด้วยน้ำเสียงเย็นชาว่า “ต่อไปให้จำไว้ ในพื้นที่มิติของเจ้าต้องมีอุปกรณ์และอาหารสำหรับใช้ในป่าบ้าง จะได้ไม่ต้องลำบากเหมือนตอนนี้”
อวิ๋นลู่ “พื้นที่มิติของข้าทำไมต้องใส่ของพวกนั้นด้วย? ก็เพราะเจ้าไร้ประโยชน์นั่นแหละ!”
เย่เย่าพยายามกดอารมณ์ของตัวเองไว้
เขารวมร่างกับอวิ๋นลู่ไปแล้ว
ถ้ารู้ว่านางเป็นสตรีเพศเมียที่เห็นแก่ตัวเช่นนี้…
เย่เย่าหลับตาลง หายใจลึก
เขายังต้องพึ่งพากำลังของตระกูลอวิ๋น เพื่อเปิดเส้นทางทรัพยากรเพิ่มให้กับธุรกิจของตระกูลเย่ และรักษาตำแหน่งผู้สืบทอดไว้
อวิ๋นลู่คือเจ้านายสตรีเพศเมียที่เหมาะสมกับเขาที่สุด
