นกเผิงทอง สามีอสูรของหนานเหอเป็นคนอสูรขั้นต่ำระดับสี่
สามีอสูรคนอื่น ๆ ที่มาด้วยกันวันนี้ล้วนเป็นคนอสูรบก
พวกเขายิงพลังพิเศษใส่อสูรอินทรีกิ้งก่าที่บินอยู่กลางอากาศไม่หยุด แต่อสูรอินทรีกิ้งก่าเจ้าเล่ห์หลบหลีกไปมา พลางบินขึ้นสู่ที่สูงกว่าในหมู่เมฆ
“ซิงอิ่ง!”
หนานเหอร้องลั่นอย่างร้อนใจจนแทบจะร้องไห้
ทันใดนั้น เงาราง ๆ สายหนึ่งก็โผล่พรวดออกมาจากหมู่เมฆ กระแทกเข้าใส่อสูรอินทรีกิ้งก่าที่กำลังขย้ำนกเผิงทองอย่างแรงจนเกิดเสียง ‘ตูม’ สนั่น
อสูรอินทรีกิ้งก่าตัวนั้นราวกับถูกกระสุนยิง ร่างร่วงหล่นลงมา
ที่ร่วงลงมาพร้อมกันนั้นก็คือ ซิงอิ่ง นกเผิงทองนั่นเอง
แล้วก็มีเงาราง ๆ อีกสายหนึ่งพุ่งดิ่งลงมา ความเร็วในการพุ่งลงนั้นเหนือกว่าอสูรอินทรีกิ้งก่าที่กำลังร่วงหล่น และอ้าปากงับรับตัวซิงอิ่งไว้
ในที่สุดหนานเหอและพวกก็มองเห็นเงาราง ๆ นั้นชัดเจน
มันคือเหยี่ยวพเนจร
สามีอสูรของเฉียวหราน
รูปร่างเพรียวลู่ลมใหญ่โตมโหฬารสีเทาเงิน ประหนึ่งเครื่องบินขับไล่ความเร็วเหนือแสง แข็งแกร่งและรวดเร็วยิ่งนัก
เสียงดังสนั่นกัมปนาท อสูรอินทรีกิ้งก่าร่วงกระแทกพื้นแข็งทื่อ ตาพลิกเหลือกค้าง ตายสนิท
แม้แต่แก่นแก้วก็ปรากฏออกมา
เมื่อเหยี่ยวพเนจรเข้าใกล้พื้น มันก็คายนกเผิงทองในปากทิ้งลงมา
สามีอสูรของหนานเหอหลายคนรีบเข้าไปรับเขาไว้
“ซิงอิ่ง!”
หนานเหอโผเข้ากอดเขาด้วยความร้อนใจ “ซิงอิ่ง… เป็นยังไงบ้าง?”
เธอสัมผัสได้ถึงตราอสูรของซิงอิ่งที่กำลังร้อนผ่าว เตือนให้รู้ว่าชีวิตของซิงอิ่งกำลังเลือนหายไป
ฉือเฟิงพุ่งมาอย่างรวดเร็ว เก็บแก่นแก้วขึ้นมา แบกอสูรอินทรีกิ้งก่าขึ้นบ่า แล้วแหงนหน้าด่าขึ้นฟ้า “หลิงเทียน ถ้าจะสู้ เอาหรานหรานลงมาก่อน!”
เจ้าเหยี่ยวพเนจรน่าชกนั่นเร็วเกินไป หรานหรานทนไม่ไหวหรอก
