“เงินเลี้ยงดูบุญธรรม?”
“จ้าวย่งเจี๋ย ตอนนี้คุณเป็นอัมพาตนอนติดเตียง ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ หรือว่าตกงานไม่มีรายได้ ถึงต้องให้เด็กอายุสิบสองขวบจ่ายเงินเลี้ยงดูคุณ”
“ลูกชายคนโต ลูกชายคนรอง แล้วก็ลูกสาวคนเล็กของคุณตายหมดแล้วหรือไง ถึงได้ให้เด็กที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะคนเดียวเป็นฝ่ายจ่ายเงินให้คุณ!”
“ฉันนี่ประเมินความหน้าด้านของตระกูลจ้าวต่ำไปจริง ๆ แถมยังประเมินคุณธรรมของคนสกุลจ้าวสูงเกินไปอีก จ้าวย่งเจี๋ย ฉันดูถูกคุณ!”
สวีเหมยลี่คิดมาตลอดว่า ต่อให้เสือร้ายก็ยังไม่กินลูกตัวเอง ไม่ว่ายังไงจ้าวกั๋วเย่าก็เป็นลูกชายคนเล็กของจ้าวย่งเจี๋ย ทั้งยังอยู่ด้วยกันมาสิบปี เขาจะทำเรื่องแบบนี้ได้อย่างไร
“แก... แกกล้าสาปแช่งหลานชายหลานสาวของฉัน!” พอคุณย่าสกุลจ้าวได้ยินสวีเหมยลี่พูดถึงหลานชายสองคนกับหลานสาวจากภรรยาเก่า ก็โกรธจนแทบคลั่ง
“พวกเขาก็ส่วนพวกเขา กั๋วเย่าก็กินข้าวของตระกูลจ้าวเราโตมา แน่นอนว่าเขาต้องเลี้ยงดูลูกชายฉัน”
“อีกอย่าง พวกเขาอยู่ข้างกายฉัน แต่กั๋วเย่าจากไปแล้ว ไม่รู้ว่าอีกกี่ปีถึงจะได้เจอกัน พอถึงเวลาที่ต้องให้กั๋วเย่าแสดงความกตัญญู จะไปหาตัวเขาที่ไหนล่ะ ตอนนี้ให้เงินพวกเรามาก้อนหนึ่ง ต่อไปก็ไม่ต้องมายุ่งกันอีก”
คุณย่าสกุลจ้าวได้ยินมาว่าสวีเหมยลี่กับจ้าวกั๋วเย่าเปลี่ยนไปเป็นคนละคน เสื้อผ้าที่ใส่ก็ทันสมัยสุด ๆ ดูเหมือนคุณนายกับคุณชายจากตระกูลร่ำรวย ชีวิตคงสุขสบายไม่น้อย
จะปล่อยโอกาสนี้ไปได้ยังไง พอดีที่บ้านกำลังขาดเงินอยู่ด้วย
ตระกูลจ้าวมีแต่เรื่องยุ่งเหยิง ลูกสามคนที่เกิดจากภรรยาเก่าต่างก็หัวหมอกันทั้งนั้น โดยเฉพาะตอนนี้แต่ละคนมีครอบครัวของตัวเอง ต่างพากันกอบโกยเงินกับข้าวของเข้ากระเป๋า จนจ้าวย่งเจี๋ยกับคุณย่าต้องใช้ชีวิตอย่างกระเบียดกระเสียร
