คาบเรียนแรกหมดไปกับการฟังทุกคนแนะนำตัว มีทั้งคนร่าเริงสดใสและคนขี้อายเก็บตัว แต่พอถึงคราวแนะนำตัว ทุกคนต่างพูดกันยาวเหยียด
“สวัสดีค่ะอาจารย์และเพื่อน ๆ หนูชื่อหวังยวี่ฉิน ปีนี้อายุยี่สิบปี มาจากตำบล XX อำเภอ XX มณฑล XX คุณปู่เป็นหมอเท้าเปล่าของคอมมูน ก่อนหน้านี้หนูทำไร่ทำนาอยู่ที่ชนบท เคยเห็นสมุนไพรอยู่บ้างเพราะติดตามคุณปู่ แต่ไม่เคยเรียนแพทย์อย่างเป็นระบบ การสอบเข้ามหาวิทยาลัยครั้งนี้ หนูโชคดีที่สอบเข้ามหาวิทยาลัยของเราได้ รู้สึกตื่นเต้นและเป็นเกียรติมากค่ะ พื้นฐานวิชาการของหนูไม่แน่น ส่วนหมอจีนก็เพิ่งเริ่มเรียน ต่อไปคงต้องรบกวนอาจารย์และเพื่อน ๆ อีกมาก หนูจะตั้งใจเรียนให้ดี ฝึกฝนความสามารถให้เก่ง แล้วกลับไปรักษาอาการป่วยให้ชาวบ้านค่ะ ขอบคุณทุกคนค่ะ”
“สวัสดีค่ะอาจารย์และเพื่อน ๆ ทุกคน ฉันชื่อโจวซู่เหมย์ ปีนี้อายุยี่สิบแปดปี ก่อนหน้านี้ฉันลงไปอยู่ชนบทตามนโยบายที่ XX ใช้ชีวิตอยู่ที่นั่นมาแปดปี เฝ้ารอมาโดยตลอดว่าจะมีโอกาสได้เรียนหนังสือ วันนี้โชคดีที่สอบเข้ามหาวิทยาลัยของเราได้ ฉันรู้สึกเป็นเกียรติมากค่ะ ฉันอายุมากแล้ว ความจำก็สู้คนหนุ่มสาวไม่ได้ แต่จะพยายามให้มากเป็นสองเท่า และขอเรียนรู้จากทุกคนด้วยความถ่อมตนค่ะ”
อายุของเพื่อนร่วมชั้นเรียนแตกต่างกัน ตั้งแต่อายุสิบแปดไปจนถึงสามสิบกว่า มีครั่วหลายคนแต่งงานและมีลูกกันแล้ว แต่สิ่งที่เหมือนกันคือทุกคนต่างตื่นเต้นดีใจ
แนะนำตัวกันไปทีละคน บางคนถึงกับท่องบทกวีเพื่อดึงดูดความสนใจจากอาจารย์และเพื่อน ๆ บางคนก็ทำท่าตีลังกา งัดสารพัดวิชาออกมาใช้เพื่อให้ทุกคนจดจำตัวเองได้
