“โธ่ เสี่ยวซูพูดอะไรอย่างนั้น มีเรื่องไม่เป็นธรรมอะไรก็บอกมาเถอะ ทางโรงเรียนจะให้ความเป็นธรรมกับเธอแน่นอน”
เมื่ออาจารย์ใหญ่ได้ยินซู่ลิ่งอู๋พูด ก็รีบเรียกหัวหน้าหน่วยงานการเมือง เลขาธิการสาขาพรรค และอาจารย์ประจำชั้นเข้ามา
นี่เป็นเรื่องใหญ่เชียวนะ ไม่น่าเชื่อว่าจะทำกันแบบนี้ได้ ตกลงใครเป็นคนปล่อยข่าวกันแน่
หลังจากอาจารย์ใหญ่วางสาย ห้องทำงานก็เงียบสนิท จนได้ยินเสียงนกร้องจากนอกหน้าต่าง
นักศึกษาหญิงทั้งสามคนดูจะตกใจจนทำอะไรไม่ถูก ตอนนี้คิดจะหนีคงไม่ทันแล้วกระมัง
น่าเสียใจจริง ๆ ตอนนั้นทำไมถึงหน้ามืดตามัว เห็นซู่ลิ่งอู๋กลับมาแล้วก็พูดจาเหลวไหล คราวนี้คงเหมือนโคลนกระเด็นเปื้อนกางเกง ต่อให้ไม่ใช่อุจจาระก็คงไม่มีใครเชื่อแล้วว่าไม่ใช่
พวกเธอจะเอาตัวรอดได้จริงหรือ
“อาจารย์ใหญ่ พวกเขายังมาไม่ถึง เราคุยเรื่องสำคัญที่ฉันมาที่นี่ก่อน แล้วค่อยจัดการเรื่องอื่นได้ไหมคะ”
“ครั้งนี้ฉันมาที่นี่เพื่อขออนุญาตไป-กลับจากบ้านค่ะ ต่อไปฉันคงมาเรียนทุกวันไม่ได้แล้ว เพราะต้องทำงานไปด้วยเรียนไปด้วย ฉันจะไปที่ห้องวิจัยของโรงงานยาจีนแห่งที่หนึ่ง แต่จะกลับมาสอบกลางภาคกับปลายภาคแน่นอน ฉันยังอยากได้ใบจบอยู่นะคะ”
ซู่ลิ่งอู๋ไม่อยากยอมแพ้กลางคัน เธอต้องได้ใบจบมาให้ได้
ไม่ว่าจะเป็นยุคนี้หรือยุคปัจจุบัน ทุกคนก็ยังให้ความสำคัญกับวุฒิการศึกษาเป็นอันดับแรก
อาจารย์ใหญ่ได้ยินซู่ลิ่งอู๋พูดก็ประหลาดใจไม่น้อย โรงงานยาจีนแห่งที่หนึ่งงั้นหรือ!
เบื้องบนคงจะให้ซู่ลิ่งอู๋วิจัยยาใหม่ เพื่อสร้างรายได้จากเงินตราต่างประเทศให้มากขึ้น
เรื่องที่ซู่ลิ่งอู๋รักษาโรคให้ชาวต่างชาติในงานแลกเปลี่ยนสินค้ากว่างโจว แล้วยาสองเม็ดขายได้เงินสามแสนดอลลาร์สหรัฐ ทางโรงเรียนย่อมได้ยินมาแล้ว
นี่เป็นเรื่องน่ายินดีครั้งใหญ่!
ซู่ลิ่งอู๋เป็นนักศึกษาของโรงเรียนพวกเขา พวกเขาก็พลอยภูมิใจไปด้วย
