ทุกย่างก้าวล้วนเหยียบลงบนหัวใจของฟู่หลินชวน
เส้นผมดำขลับที่ยังแห้งไม่สนิทมีไอน้ำจาง ๆ คลออยู่ สยายลงด้านหลังเช่นนั้น ยิ่งขับให้ใบหน้าเล็กเท่าฝ่ามือดูชุ่มฉ่ำน่ามอง
ดวงตางามดุจสายน้ำสารทฉายแววเย้ายวน จนฟู่หลินชวนรู้สึกเกร็งไปทั้งตัว
ริมฝีปากอิ่มสีชมพูเผยอเล็กน้อย ราวกับกำลังพร่ำบอกถ้อยคำหวาน
เอี๊ยมสีแดงตัวเล็ก ทุกครั้งที่เธอก้าวเดินก็เหมือนกำลังกวักมือเรียกเขา
เอวบางขยับส่ายอย่างมีเสน่ห์
เท้างามเล็กกระจ้อยร่อยขาวผ่องทิ้งรอยเท้าเปียกชื้นไว้ทีละรอย
ฟู่หลินชวนรีบลุกจากเตียง อุ้มเธอขึ้นมาในคราวเดียว แล้ววางลงบนเตียง
เขาลุกไปหยิบผ้าขนหนูมา ก่อนจะวางเท้าขาวนุ่มของเธอลงบนตักตัวเอง
นิ้วเท้าเล็กน่ารักหดงอด้วยความเขินอายในเวลานี้
ฟู่หลินชวนเช็ดอย่างพิถีพิถัน นิ้วเท้าทุกนิ้วต้องเช็ดให้ทั่ว จนซู่ลิ่งอู๋รู้สึกอ่อนระทวยไปทั้งตัว
คนหนึ่งมองลงมา อีกคนเงยหน้ามองขึ้นไป
ทั้งสองจ้องมองกันอยู่เช่นนั้น
ลมหายใจที่ใกล้เข้ามาทุกทีคล้ายแม่เหล็กที่ดึงดูดเข้าหากันแน่นสนิท ราวกับพร้อมจะปะทุขึ้นได้ทุกเมื่อ
เสียงหอบหายใจหนักหน่วงดังก้องไปทั่วห้อง
ดอกเหมยแดงผลิบานครั้งแล้วครั้งเล่า
ซู่ลิ่งอู๋แทบไม่กล้าสบตาฟู่หลินชวน รู้สึกเหมือนตัวเองกำลังจะถูกเขาจุดไฟจนลุกโชนไปด้วย
แต่ฟู่หลินชวนไม่ยอมให้ซู่ลิ่งอู๋หลบเลี่ยง “เมีย นี่หมายความว่าเธอเริ่มยอมรับฉันแล้วใช่ไหม?”
จากที่เริ่มต้นด้วยการเป็นฝ่ายรับ มาจนถึงตอนนี้เธอกลับเป็นฝ่ายรุกเสียเอง
ฟู่หลินชวนดีใจจนแทบคลั่ง ในที่สุดเขาก็ไม่ต้องวนเวียนอยู่นอกกำแพงหัวใจของเธออีกแล้ว ขอแค่ได้บัตรผ่านทางมา ต่อให้ให้เขาทำอะไรเขาก็ยอม
