“แม่ อย่าเพิ่งตกใจไปนะครับ พี่สามออกไปข้างนอกกับใครสักคนแล้วยังไม่กลับมาใช่ไหมครับ”
“ผมจะออกไปตามหาทั่ว ๆ ดูเดี๋ยวนี้เลย”
ฟู่หลินชวนได้ยินข่าวว่าพี่สามของตัวเองหายไป ก็รีบออกมาดูทันที
ตอนนี้เสิ่นจืออวี้หน้าซีดเผือด หน้าผากมีเหงื่อผุดเต็มไปหมด ผมเผ้ายุ่งเหยิง ไม่เหลือท่าทีสงบเรียบร้อยอย่างที่เคยเป็นเลย
“ไม่ใช่แน่!”
“ตอนที่พี่สาวลูกออกจากบ้าน สีหน้าไม่ได้ร่าเริงเหมือนปกติ แม่ไม่วางใจ เลยโทรถามเพื่อนร่วมงานกับเพื่อน ๆ ของพี่สามแล้ว เธอไม่ได้ออกไปกับพวกเขา ลูกก็รู้จักนิสัยพี่สามดี ถ้าไม่มีธุระ เธอไม่ชอบออกจากบ้าน ไม่ใช่คนที่ชอบเดินเล่นเรื่อยเปื่อย”
“ตั้งแต่เช้าจนถึงตอนนี้ ผ่านมาตั้งกี่ชั่วโมงแล้ว แต่ก็ยังไม่เห็นกลับมาเลย ต้องเกิดเรื่องขึ้นแน่ ๆ!”
ทีแรกเสิ่นจืออวี้ก็คิดว่าลูกสาวนัดไปเที่ยวกับเพื่อนร่วมงานหรือเพื่อนสนิท แต่ถ้าลูกออกไปเที่ยวจริง ก็คงไม่หายไปนานขนาดนี้โดยไม่บอกคนที่บ้านสักคำ
ตอนนี้พอนึกถึงตอนลูกสาวออกจากบ้าน สีหน้าดูไม่ค่อยดี คล้ายรีบร้อนออกไปทำธุระ ไม่ใช่การออกไปตามแผนที่วางไว้ แต่เหมือนมีเรื่องกะทันหันมากกว่า
เสิ่นจืออวี้ยิ่งคิดก็ยิ่งกลัว พ่อแม่สามีอายุมากแล้ว เธอไม่กล้าบอกพวกท่าน
พอรู้ว่าวันนี้ลูกชายจะกลับบ้านตอนบ่าย จึงรีบมาบอกให้ลูกชายช่วยออกตามหา
ผู้หญิงคนเดียวอยู่ข้างนอกอันตรายมาก
“แม่ครับ อย่าเพิ่งตกใจ เล่าเรื่องราวตั้งแต่ต้นจนจบให้ผมฟังดี ๆ ผมจะได้ตัดสินใจถูก”
“แม่ครับ ใจเย็นก่อน ลองนึกดูดี ๆ ว่าตอนพี่สามออกจากบ้านมีอะไรผิดปกติไหม หรือมีใครโทรหาเธอหรือเปล่า”
ซู่ลิ่งอู๋รินชาให้แม่สามีหนึ่งถ้วย แล้วจูงมือพาเข้าไปนั่งคุยกันช้า ๆ
