เช้าตรู่วันถัดมา
แสงอาทิตย์ส่องผ่านช่องว่างระหว่างม่าน อาบไล้คนสองคนที่กอดกันแน่นอยู่ใต้ผ้าห่ม
แขนกำยำแข็งแรงโอบกอดร่างบอบบางตัวเล็กเอาไว้แน่น
บนผิวขาวราวเครื่องเคลือบผลิบานเป็นดอกเหมยแดงพร่างพราย
ผมดำเงางามนุ่มสลวยแนบลงข้างแก้ม แล้วทอดตัวคดเคี้ยวลงมา ถูกแขนเรียวงามได้สัดส่วนกดทับอยู่ด้านล่าง
ตื่นเช้ามาก็ได้เห็นภาพงดงามเช่นนี้ ใครจะไม่หวั่นไหวได้
ที่จริงฟู่หลินชวนตื่นมานานแล้ว แต่เขาเสียดายที่จะละสายตา และไม่อยากลุกจากเตียง
วินัยที่รักษามาตลอดสองชาติ รวมถึงการฝึกตอนเช้าที่ไม่เคยขาด ถูกโยนทิ้งไปหมดแล้ว
ตอนนี้เขาแค่อยากกอดคนในอ้อมแขนไว้แบบนี้ ไม่ยอมปล่อยมือ
มองเท่าไรก็ไม่รู้จักพอ
ทำไมถึงมีคนที่น่ารักน่าชอบไปเสียทุกส่วนแบบนี้นะ
ได้กอดไว้ในอ้อมแขน ช่างอิ่มเอมใจเหลือเกิน
ความสุขทางใจเช่นนี้ทำให้เขาตื่นเต้นจนเลือดลมพลุ่งพล่าน
ลมหายใจร้อนผ่าวค่อย ๆ เคลื่อนเข้ามาใกล้……
ซู่ลิ่งอู๋พลันลืมตาขึ้น “ฟู่หลินชวน!”
“คุณ……”
“อื้อ……”
ทั้งสองคลอเคลียพัวพันกันอีกครั้ง……
กว่าจะลุกจากเตียงก็เป็นเวลาสิบโมงกว่าแล้ว
พวกเขารีบเก็บข้าวของให้เรียบร้อย ต้องไปหาอะไรกินก่อน แล้วค่อยไปสถานีรถไฟ
ซู่ลิ่งอู๋ถูกเขาทำเอาเหนื่อยจนหมดเรี่ยวแรง ส่วนฟู่หลินชวนกลับดูสดชื่นกระปรี้กระเปร่า
ฟู่หลินชวนรู้ตัวว่าทำให้ภรรยาไม่พอใจ ระหว่างทางจึงคอยดูแลซู่ลิ่งอู๋อย่างดี เขาหิ้วสัมภาระทั้งหมดไว้คนเดียว พอถึงร้านอาหารของรัฐก็เอาอกเอาใจเธอไม่ห่าง แทบจะป้อนข้าวให้ด้วยตัวเองอยู่แล้ว
แน่นอนว่านั่นก็เพราะพวกเขากินข้าวนอกบ้าน ไม่อย่างนั้นฟู่หลินชวนคงทำแบบนั้นจริง ๆ
ก่อนออกเดินทาง ซู่ลิ่งอู๋แวะไปที่ห้องของสวีเหมยลี่ ทิ้งบัตรสิทธิ์ไว้ไม่น้อย รวมถึงของใช้ในชีวิตประจำวันอีกหลายอย่าง ทั้งหมดเป็นของที่เธอได้มาจากหญิงสายลับคราวก่อน นอกจากนี้ยังมีธัญพืชคุณภาพดีอีกสองกระสอบ ทั้งข้าวสารและแป้งสาลี ซึ่งผลิตจากห้วงมิติ มีคุณค่าทางโภชนาการสูง กินแล้วดีต่อร่างกาย ของเหล่านี้มากพอให้แม่ลูกใช้กินอยู่ได้ระยะหนึ่ง
