ในห้องประชุมเงียบงันอยู่นาน
“พูดกันตามตรง เรื่องนี้ก็ไม่ใช่ปัญหาใหญ่อะไร ยาก็เป็นยาที่หนูซู่คิดค้นขึ้นมาเอง เป็นของส่วนตัว ไม่ใช่ของรัฐ พวกเราถึงไม่กล้าตัดสินใจ”
“ผมว่าเรื่องนี้อาจไม่ใช่เรื่องเลวร้ายก็ได้ พวกคุณก็เคยกินยาที่หนูคนนี้ทำแล้ว น่าจะรู้ดีว่ามีประสิทธิภาพแค่ไหน ยาพวกนี้แสดงคุณค่าสูงสุดในบ้านเราไม่ได้ แต่สำหรับพวกเศรษฐีในเซียงเจียงแล้ว ต่อให้มีเงินเป็นหมื่นเป็นแสนก็หาซื้อไม่ได้ ใครบ้างไม่อยากอายุยืน?”
“ตอนนี้สิ่งที่เราขาดแคลนที่สุดคืออะไร ก็คือเงินตราต่างประเทศ ถ้าหนูคนนี้ช่วยหาเงินตราต่างประเทศให้เราได้ ก็ไม่มีอะไรที่ยกเว้นกฎไม่ได้หรอก เมื่อเทียบกับเรื่องสำคัญที่สุดในตอนนี้แล้ว ไม่จำเป็นต้องยึดติดกับกฎจนไม่กล้าก้าวออกไป ลองก้าวออกไปดูก่อน ต้องรู้จักปรับเปลี่ยนถึงจะคลี่คลายสถานการณ์ที่ตันอยู่ได้”
ทุกคนต่างรู้ดีว่าประเทศต้องการเงินตราต่างประเทศ ถึงได้ให้ความสำคัญกับงานแลกเปลี่ยนสินค้ากว่างโจวขนาดนี้ เงินตราต่างประเทศสำคัญมากจริง ๆ
“แต่...ถ้าเป็นแบบนี้ เงินตราต่างประเทศมากมายขนาดนั้นก็จะเข้ากระเป๋าหนูคนนี้หมดน่ะสิ แบบนี้จะได้ยังไง?”
พวกเขารู้ดีว่ายาของซู่ลิ่งอู๋ หากจัดการให้ดีก็ทำเงินตราต่างประเทศได้ไม่น้อย แต่ยานี้ไม่ใช่ของรัฐ
“เหล่าฟู่ คุณ...”
“ประเทศเราลำบากก็จริง แต่จะเอาเปรียบเด็กผู้หญิงตัวเล็ก ๆ คนเดียวไม่ได้หรอกมั้ง คนเก่ง ๆ ในประเทศเรามีตั้งมากมาย จะเอาแต่จ้องเงินไม่กี่หยวนในกระเป๋าเด็กคนนั้นทำไม?”
ปู่ฟู่เองก็ไม่พอใจ การคิดค้นยาดีขนาดนี้ได้เป็นความสามารถของหลานสะใภ้ผม แต่จะเอาทุกอย่างไปไม่ได้หรอกนะ เด็กคนนี้บริจาคตำรับยาไปตั้งหลายสูตรแล้ว ช่วยประเทศกับกองทัพประหยัดเงินไปเท่าไร แถมชาวบ้านทั่วไปก็ซื้อยาเหล่านั้นไหว ทั้งราคาถูกและใช้ได้ผล ช่วยเหลือประชาชนไปตั้งเท่าไร ทำไมไม่พูดถึงเรื่องนี้บ้างล่ะ
