“พี่ซู่เหมย์ ฉันไปเป็นเพื่อนพี่ด้วยนะ” ฟางหงอิ้งรีบสวมเสื้อผ้าให้เรียบร้อย แล้ววิ่งตามโจวซู่เหมย์ไปข้างหลังซู่ลิ่งอู๋
“เธอ... เมื่อกี้เธอทำอะไรน่ะ”
“ซู่ลิ่งอู๋ใช้เข็มเงินหรือเปล่า เธอบ้าไปแล้วหรือไง เป็นแค่นักศึกษาที่เพิ่งเปิดเทอมแท้ ๆ ยังกล้าใช้การฝังเข็มอีก!”
คนในหอพักต่างก็ถูกปลุกให้ตื่น พอเห็นซู่ลิ่งอู๋ฝังเข็มให้เด็ก ทุกคนก็รู้สึกว่าเธอกล้าเกินไป ถ้าเกิดเรื่องอะไรขึ้นมาจะทำยังไง
“พวกเธอว่าซู่ลิ่งอู๋มีที่มาที่ไปยังไงกันแน่”
ตอนนี้ในห้องเหลือเพียงสวีจิ้ง กู้เฟิ่งชิว เสิ่นจือตง เฉินซิ่วฉิน และหลิวกุ้ยฮวา รวมทั้งหมดห้าคน
ซู่ลิ่งอู๋ โจวซู่เหมย์ และฟางหงอิ้งไปโรงพยาบาลกันหมดแล้ว
“เรื่องอื่นฉันไม่สนหรอก ยังไงฉันก็คิดว่านักศึกษาซู่เป็นคนดี ดึกขนาดนี้ พอเห็นเด็กมีอาการผิดปกติก็รีบอุ้มไปโรงพยาบาลทันที พี่ซู่เหมย์ยังลังเลอยู่เลย แต่เธอไม่ลังเลสักนิด แถม... ยังให้ฉันยืมสมุดจดด้วย”
สวีจิ้งชอบซู่ลิ่งอู๋มาก เธอจึงดูออกว่าซู่ลิ่งอู๋มีครอบครัวที่ฐานะดีและมีความเป็นตัวของตัวเอง แต่เธอรู้สึกว่าอีกฝ่ายเป็นคนปากแข็งใจอ่อน
“เชอะ คนประจบสอพลอ!”
“เธอก็ต้องเข้าข้างเขาอยู่แล้วสิ เขาให้เธอยืมสมุดจดทั้งเล่มนี่นา”
สวีจิ้งเหลือบมองหลิวกุ้ยฮวา พลางคิดในใจว่า ต่อไปอย่าหวังว่าจะได้ยืมสมุดจดจากฉัน ในเมื่อเธอหาว่าฉันประจบคนอื่น
“กุ้ยฮวา พอเถอะ อย่าพูดเลย” ถ้าพูดต่อไปจนทำให้คนอื่นขุ่นเคือง แล้วจะยังยืมสมุดจดกันได้ยังไง
“สวีจิ้ง พอเธอคัดเสร็จแล้วให้ฉันยืมด้วยนะ!” กู้เฟิ่งชิวนึกขึ้นได้ว่าตัวเองจดตามบทเรียนไม่ทันเลย
“ฉันด้วย ฉันก็อยากยืมเหมือนกัน” เสิ่นจือตงเอ่ยขึ้นบ้าง
“ฉันคนแรกนะ สวีจิ้ง เสิ่นจือตงต่อจากฉัน”
