“ตระกูลหลิวไม่ใช่ว่าไม่มีใครแล้วเหรอ แล้วสองคนนั้นเป็นใครกัน?”
“ไม่รู้สิ หรือจะเป็นญาติห่าง ๆ?”
“คอยดูเถอะ ต้องมาเพื่อสร้างความสนิทสนมหวังฮุบมรดกของตระกูลหลิวแน่ ๆ บ้านหลังใหญ่ขนาดนี้ แถมหมอหลิวยังได้เงินเดือนสูงอีก แค่เงินที่เหลือจากปลายนิ้วก็พอให้คนธรรมดาอยู่สบายไปได้แล้ว”
ทุกคนต่างหันไปมองซู่ลิ่งอู๋กับฟู่หลินชวน
หลายคนอดสูดลมหายใจด้วยความตกตะลึงในรูปร่างหน้าตาของทั้งคู่ไม่ได้ ผู้ชายสูงใหญ่สง่างาม ส่วนผู้หญิงก็สวยราวกับคนในภาพวาด ทั้งสองคนเกี่ยวข้องอะไรกับหมอหลิวกันแน่?
พอหลิวจิ้งเหอได้ยินคำพูดของซู่ลิ่งอู๋ หัวใจก็พลันอบอุ่นขึ้นมา
ทว่าเมื่อมองคนในลานบ้าน สายตาของเขาก็เย็นชาลงยิ่งกว่าเดิม เดิมทีเขานึกเห็นใจที่ทุกคนต่างก็ลำบาก ไม่คิดเลยว่าพวกเขาจะจับกลุ่มกันมารังแกเขาเสียอย่างนั้น
“ใครบอกว่าบ้านหลังนี้ไม่ใช่ของเธอ เธอเป็นญาติเพียงคนเดียวของฉัน ไม่ให้เธอแล้วจะให้ใคร?”
“เสี่ยวอู๋เอ๋อ พวกเราไปสำนักงานโอนที่ดินและบ้านเพื่อจัดการโอนบ้านกันเดี๋ยวนี้ ฉันอยากเห็นเหมือนกันว่าใครจะกล้าบอกว่าบ้านหลังนี้ไม่ใช่ของเธอ”
“ต่อไปเธอจัดการบ้านหลังนี้เองนะ เธอก็รู้ว่าฉันไม่ถนัดเรื่องพวกนี้”
เดิมทีหลิวจิ้งเหอก็ตั้งใจจะยกบ้านสี่ปีกหลังนี้ให้ซู่ลิ่งอู๋อยู่แล้ว
เพียงแต่ตอนนี้มีคนอยู่กันตั้งหลายครอบครัว เรื่องราวยุ่งเหยิงไปหมด เขาจึงยังไม่ได้พูด ตั้งใจว่าจะรอให้ทุกคนย้ายออกไปก่อน แล้วค่อยโอนบ้านให้ซู่ลิ่งอู๋
แต่หลิวจิ้งเหอไม่คิดว่าซู่ลิ่งอู๋กับฟู่หลินชวนจะมาหาเขาถึงที่ในวันรุ่งขึ้น เขารู้ว่าพวกเขาเป็นห่วง จึงแวะมาดู
