“ฟู่จิ่งเหิง ฟู่จิ่งอวี่ ฟู่จิ่งเคอ”
“ชื่อจิ่งเหิงกับจิ่งอวี่ก็ไม่เลวนะ แต่ชื่อจิ่งเคอนี่ ฟังดูเพราะก็จริง ตัว ‘เคอ’ เองก็มีความหมายดี แต่เสียงพ้องกับคำว่า ‘ขรุขระ’ ที่หมายถึงชีวิตอับโชค ตั้งชื่อให้เด็กผู้หญิงว่าเคอจะไม่ค่อยดีหรือเปล่า?”
“ถ้าภายหลังชีวิตต้องพบเจอแต่ความทุกข์ยากจะทำยังไง ชื่อเด็กผู้หญิงควรหลีกเลี่ยงตัวอักษรที่มีความหมายไม่ดีอย่างเมิ่ง ผิง หรือซวี่ให้มากที่สุด ชื่อจะติดตัวไปตลอดชีวิต ต้องตั้งชื่อที่มีความหมายดีสิ”
ย่าตระกูลฟู่ใส่ใจเรื่องชื่อของเด็ก ๆ ไม่แพ้ใคร พอได้ยินชื่อเหลนสาวที่มีตัวเคออยู่ด้วย นางก็รู้สึกว่าไม่ค่อยดีนัก นางไม่อยากให้เหลนสาวต้องมีชีวิตอับโชค เด็กคนนี้ควรได้รับการทะนุถนอมดุจแก้วตาดวงใจ และมีความสุขไปตลอดชีวิตต่างหาก
เด็กของตระกูลฟู่จะมีชะตาชีวิตไม่ดีได้อย่างไร
เรื่องอื่นนางไม่กล้าพูด แต่เด็กคนนี้ไม่ต้องกังวลเรื่องเงินทองไปตลอดชีวิตแน่นอน แม้ตอนนี้หลานสะใภ้จะยังไม่แสดงความสามารถออกมา แต่นางมั่นใจว่าหากมีโอกาสในอนาคต ความสามารถในการหาเงินของหลานสะใภ้จะต้องไม่เป็นรองใคร
แค่ฝีมือการแพทย์ของหลานสะใภ้ รวมถึงความสามารถด้านการผลิตยาที่โดดเด่น จะขาดเงินได้อย่างไร ไม่ว่าเมื่อไรก็ไม่มีอะไรล้ำค่าไปกว่าชีวิตคน หมอที่รักษาโรคช่วยชีวิตคนได้ ยิ่งเป็นบุคลากรที่หาได้ยากอย่างหลานสะใภ้ ย่อมไม่มีทางขาดเงินใช้
ทุกคนได้ยินคำพูดของย่าตระกูลฟู่แล้วก็อดคิดถึงข้อไม่เหมาะสมของชื่อไม่ได้
แม้แต่ปู่ตระกูลฟู่ก็ยังขมวดคิ้วไม่หยุด “พอเธอพูดแบบนี้แล้ว มันก็ไม่เหมาะจริง ๆ เปลี่ยนชื่อเถอะ เหลนสาวของฉันจะมีชีวิตอับโชคไม่ได้ ต้องเปลี่ยน!”
“คุณเองก็คิดชื่อไว้ไม่ใช่เหรอ ลองบอกมาสิว่าตั้งชื่ออะไรไว้” ปู่ฟู่หันไปมองลูกชายของตัวเอง
