“ฉัน... ฉันไม่รู้”
หลิวจื้อเฟิงเองก็นึกไม่ถึงว่าซู่ลิ่งอู๋จะพูดเก่งขนาดนี้ ก่อนหน้านี้ยังคิดว่าเธอเป็นคนซื่อ ๆ ไม่ค่อยพูดเสียอีก
พอได้ยินซู่ลิ่งอู๋โต้กลับอย่างเผ็ดร้อน หลิวจื้อเฟิงก็พูดไม่ออก
อีกฝ่ายบอกว่าคิดค้นยาให้สามีของตัวเอง แล้วเธอก็แต่งงานแล้ว
แถมสามียังเป็นทหาร ไม่แปลกที่เธอจะมั่นใจขนาดนี้ ที่แท้ก็มีคนหนุนหลังนี่เอง
ใครจะไปรู้ว่าซู่ลิ่งอู๋บริจาคตำรับยาให้ประเทศไปแล้ว เธอก็ไม่ได้พูดสักหน่อย
ตอนนี้หลิวจื้อเฟิงเห็นสายตาที่ทุกคนมองมา รวมถึงได้ยินเสียงวิจารณ์ เขารู้สึกอึดอัดอย่างยิ่ง ไม่น่าพูดออกไปเลยจริง ๆ พูดมากก็พลาดมาก
คนอย่างซู่ลิ่งอู๋ควรผูกมิตรด้วย ไม่ใช่ปล่อยให้อารมณ์อิจฉาของตัวเองแสดงออกมา
เป็นเพราะจางหานหลิงคนโง่นั่นแท้ ๆ ถึงได้พาเขาออกนอกลู่นอกทางไปด้วย
ซู่ลิ่งอู๋ไม่เพียงกลอกตาใส่ ยังคิดจะใช้ศีลธรรมมาบีบบังคับเธออีก ของของเธอเอง เธออยากบริจาคก็บริจาค ไม่อยากบริจาคก็ไม่ต้องบริจาค
ไม่จำเป็นต้องให้เขามาพูดแทน
เธอเป็นคนหัวแข็งอยู่แล้ว ถ้าพูดกันดี ๆ เธอก็ยังพอฟังได้ แต่ใครคิดจะตั้งตัวเป็นปฏิปักษ์กับเธอ เธอก็พร้อมสู้ให้ถึงที่สุด
“ถ้าไม่รู้ ก็อย่าพูดส่งเดช แบบนี้มีแต่จะทำให้คุณดูไม่รู้เรื่องอะไรเลย”
ผู้คนที่ยืนมุงดูอยู่รอบ ๆ ต่างพากันอุทานด้วยความตกใจ
“พระเจ้า! เม็ดละ 800 หยวน นั่นมันยาอะไรกัน ถึงได้แพงขนาดนี้!”
“แพงตรงไหน ไม่ได้ยินที่เขาพูดหรือไง นั่นเป็นยาที่ทำให้คนในครอบครัวกิน คนนอกซื้อไม่ได้ ยังจะบ่นว่าแพงอีก ต่อให้มีเงินก็ซื้อไม่ได้นะ!”
