“ซู่ลิ่งอู๋ เธอจะเข้าสอบเข้ามหาวิทยาลัยเหรอ”
ทุกคนหยุดสิ่งที่กำลังทำ แล้วอยากรู้ว่าพี่น้องคู่นี้จะพูดอะไรกันอีก อย่างไรเสียความสัมพันธ์ยุ่งเหยิงตัดไม่ขาดของครอบครัวนี้ ก็ทำให้บ้านพักครอบครัวทหารมีเรื่องให้ซุบซิบกันมานานแล้ว
ครั้งก่อนตู้ลี่เจวียนก่อเรื่องใหญ่โต ถึงขั้นพาพ่อแท้ ๆ กับย่าแท้ ๆ ของซู่ลิ่งอู๋มา แม้จะไม่มีใครรู้ว่าท้ายที่สุดตกลงกันอย่างไร แต่หลังจากนั้นตู้ลี่เจวียนก็สงบเสงี่ยมมาโดยตลอด ไม่มาหาเรื่องซู่ลิ่งอู๋กับสวีเหมยลี่อีก เอาแต่อยู่บ้านลูกสาว คอยดูแลลูกสาวที่กำลังตั้งครรภ์ในช่วงท้าย
นี่เป็นครั้งแรกที่ทั้งคู่ได้พบกันหลังจากเหตุการณ์ครั้งก่อน
ทุกคนต่างตาเป็นประกาย จ้องมองซู่ลิ่งอู๋กับซู่ลิ่งถัง
ตู้ลี่เจวียนอยากพูดอะไรบางอย่าง แต่พอนึกถึงคำพูดของซู่อู๋ที่ห้ามไม่ให้เธอไปหาเรื่องซู่ลิ่งอู๋อีก อีกฝ่ายก็ไม่ได้ห้ามซู่ลิ่งถังคุยกับซู่ลิ่งอู๋สักหน่อย พี่น้องคุยกันเรื่องเก่า ๆ จะเป็นอะไรไป
เธอจึงอุ้มเด็กไปยืนอยู่ข้าง ๆ
กู้เฉินโจวมองซู่ลิ่งถัง “เสี่ยวถัง มีเรื่องอะไรไว้ค่อยคุยกันทีหลังก็ได้ อากาศหนาวนะ”
ซู่ลิ่งถังได้ยินกู้เฉินโจวพูด มือที่จับเบาะหลังจักรยานก็กำแน่นขึ้น ก่อนจะฝืนยิ้มออกมา “ฉันก็แค่เป็นห่วงพี่สาวเท่านั้นเอง”
ซู่ลิ่งอู๋หันกลับไปมองซู่ลิ่งถัง ราวกับมองทะลุความเสแสร้งของเธอ ก่อนจะหัวเราะเยาะ “ทำไม มีปัญหาอะไรหรือไง”
“ฉันสมัครไม่ได้หรือไง”
ซู่ลิ่งถังค่อย ๆ เงยดวงตาที่เคยหลุบต่ำขึ้นมา แล้วกวาดสายตามองทุกคนอย่างไม่ใส่ใจ “การสมัครสอบมีเงื่อนไขไม่ใช่เหรอ ฉันรู้สึกว่าเงื่อนไขของพี่ไม่ค่อยตรงนะ ด้านบนบอกว่าต้องอายุไม่เกินยี่สิบห้าปี แล้วยังต้องไม่แต่งงานด้วย ถึงพี่จะเพิ่งอายุยี่สิบ แต่ก็แต่งงานและมีลูกแล้ว ไม่เข้าเงื่อนไขสมัครสอบนี่”
