นับตั้งแต่ฟู่ชูเยาฟื้นคืนสติอย่างสมบูรณ์ เมื่อเห็นสภาพของตัวเองในตอนนี้ เธอก็เริ่มไม่ยอมกินข้าว
ไม่มีผู้หญิงคนไหนเห็นใบหน้าที่ถูกทำลายของตัวเองแล้วจะไม่รู้สึกอะไร
ผิวขาวผ่องที่เคยมีกลับหายไปหมด ใบหน้าแดงบวมเป็นปื้น สีแดงสลับขาว มีสะเก็ดแผลไหม้สีดำเป็นหย่อม ๆ บางแห่งยังมีน้ำเหลืองซึมออกมา ความงามและความหยิ่งทะนงในอดีตหายไปสิ้น เหลือเพียงสภาพห่อเหี่ยวหมดอาลัย
เดิมทีฟู่ชูเยาก็คิดว่า ขอแค่ยังมีชีวิตอยู่ เรื่องทุกอย่างก็ไม่ใช่ปัญหา
แต่เมื่อเธอค่อย ๆ มีสติมากขึ้นทุกวัน และเห็นความเปลี่ยนแปลงบนร่างกายของตัวเองอย่างชัดเจน เธอก็พังทลายลง
แม้แต่ตัวเธอเองยังไม่อยากมองสภาพนี้ของตัวเอง แล้วคนอื่นจะคิดอย่างไรล่ะ
ฟู่ชูเยาทนรับความแตกต่างเช่นนี้ไม่ไหว
เมื่อก่อนเธอเป็นคุณหนูสามแห่งตระกูลฟู่ ใครเล่าจะไม่ให้เกียรติและตามใจเธอ แต่ตอนนี้เธอสัมผัสได้ชัดเจนว่าคนรอบข้างพากันชี้นิ้วซุบซิบ พวกนั้นกำลังหัวเราะเยาะเธอ
จู่ ๆ เธอก็รู้สึกว่าการมีชีวิตอยู่ไม่มีความหมาย จบชีวิตลงเสียตอนนี้ก็คงดีเหมือนกัน
เสิ่นจืออวี้ที่คอยดูแลลูกสาวมาตลอดย่อมมองออกว่าความปรารถนาที่จะมีชีวิตอยู่ของลูกกำลังค่อย ๆ เลือนหาย หัวใจของเสิ่นจืออวี้เจ็บราวกับถูกมีดแทง
นี่คือลูกสาวที่เธออุ้มท้องสิบเดือนกว่าจะคลอดออกมาเชียวนะ
“แม่ หนูไม่หิว แม่กินเถอะ” ฟู่ชูเยาเบือนหน้าไปอีกทาง แสดงให้เห็นว่าไม่อยากกิน
“เหยาเหยา เชื่อฟังแม่นะ กินสักหน่อยจะได้มีแรงฟื้นตัว ไม่กินข้าวแล้วร่างกายจะหายดีได้ยังไง!”
“แม่ สภาพหนูตอนนี้ ตายไปเสียยังดีกว่า มีชีวิตอยู่ไปเพื่ออะไร!” ฟู่ชูเยาทนเก็บอารมณ์ไว้ไม่ไหวอีกต่อไป
