“อาจารย์ที่ปรึกษาเรียกฉันเหรอ?”
คนในหอพักห้องข้าง ๆ ได้ยินเสียงเอะอะก็พากันเข้ามามุง พอรู้ว่าอาจารย์ที่ปรึกษาเรียกซู่ลิ่งอู๋ สีหน้าของแต่ละคนก็ซับซ้อนขึ้นมา
“เอ๊ะ หรือมีคนไม่ชอบเธอ เลยไปพูดอะไรกับอาจารย์ที่ปรึกษาหรือเปล่า?”
“ใครจะไปรู้ ได้ยินว่าเธอไล่โจวซู่เหมย์กับลูกออกไป ทั้งที่ลูกเขาป่วยแท้ ๆ เธอยังใจร้ายขนาดนั้น ไม่มีความเห็นอกเห็นใจเลยสักนิด”
“หา?”
“ดูไม่ออกเลยนะ ที่แท้เธอเป็นคนแบบนี้เอง”
“พวกเธออย่าพูดมั่วสิ นักศึกษาซู่เป็นคนดีจะตาย ได้ยินว่าคนในห้องพักของเธอลอกโน้ตจากเธอกัน ตอนนี้โน้ตของเธอแพร่ไปทั่วชั้นเรียนแล้ว”
“ได้ยินว่ารุ่นพี่หานชอบเธอ ถึงกับตั้งใจขอไปเป็นผู้ช่วยอาจารย์ในชั้นเรียนของพวกเธอ แค่อยากเห็นหน้าเธอให้บ่อยขึ้น”
ได้ยินทุกคนพูดคุยกันอื้ออึง ซู่ลิ่งอู๋ก็ขมวดคิ้วแน่น เธอไม่ได้ไปหาเรื่องใครแท้ ๆ แต่เรื่องกลับวิ่งมาหาเธอเอง
รุ่นพี่หานคนนั้น เธอยังแทบไม่เคยคุยด้วยสักกี่คำ ข่าวกลับลือกันไปไกลขนาดนี้แล้ว
ที่สำคัญ แม้ซู่ลิ่งอู๋จะวางตัวเงียบ ๆ แต่ทั้งหน้าตาและเรื่องราวของเธอก็โดดเด่นสะดุดตา ย่อมมีทั้งคนชอบและคนอิจฉา
ซู่ลิ่งอู๋เดินไปถึงห้องทำงานอาจารย์ที่ปรึกษา แล้วยกมือเคาะประตู
ก๊อก ก๊อก
“เชิญเข้ามา”
“อาจารย์เรียกฉันเหรอคะ?”
“นักศึกษาซู่มาแล้ว นั่งก่อนสิ” อู๋เจี๋ยเห็นหน้าตาของซู่ลิ่งอู๋ก็เข้าใจทันทีว่าทำไมเธอถึงเป็นที่พูดถึงอย่างมาก
เพราะหน้าตาสะสวยโดดเด่นเกินไปจริง ๆ
ตอนนี้แทบไม่มีใครในวิทยาลัยแพทย์จีนที่ไม่รู้จักซู่ลิ่งอู๋ ต่อให้ไม่เคยเห็นตัวจริงก็ต้องเคยได้ยินชื่อ
