เสียงปรบมือดังกึกก้องประหนึ่งสายฟ้าฟาด
สายตาของทุกคนล้วนจับจ้องไปที่ซู่ลิ่งอู๋
ภรรยาของผู้พันฟู่เพิ่งมาถึงบ้านพักครอบครัวทหารได้ไม่นาน ก็สร้างความฮือฮาไม่น้อย ทุกคนรู้ว่าผู้พันฟู่ทะนุถนอมภรรยา ได้ยินมาว่าเธองดงามราวกับนางฟ้า แต่หลายคนยังไม่เคยเห็นตัวจริง ตอนนี้จึงพากันยืดคอมองมาทางนี้
แม้จะอยู่ห่างกันพอสมควร แต่ซู่ลิ่งอู๋ก็ยังเห็นรอยยิ้มภาคภูมิใจบนใบหน้าของจี้ชุนเยี่ยน
ซู่ลิ่งอู๋รู้ว่าจี้ชุนเยี่ยนอยากเห็นเธอขายหน้า
“ขออีก ขออีก...”
เสียงปรบมือร้อนแรงดังไม่ขาดสาย
“ทุกคนกระตือรือร้นกันขนาดนี้ อยากเห็นภรรยาของผู้พันฟู่ใช่ไหมล่ะ?”
“ภรรยาผู้พันฟู่ ไม่ต้องอายนะ ถึงคุณจะทำอะไรไม่เป็นเลย ทุกคนก็ไม่หัวเราะเยาะคุณหรอก ขึ้นมาบนเวทีให้ทุกคนรู้จักหน่อยสิ!”
จี้ชุนเยี่ยนถือไมโครโฟน จ้องตรงไปยังซู่ลิ่งอู๋
ครั้งก่อนซู่ลิ่งอู๋ทำให้เธอขายหน้า แถมยังตบหน้าเธออีกฉาด เธอจดจำความแค้นนี้ไว้ไม่เคยลืม ตอนนี้ในที่สุดก็มีโอกาสแล้ว
ซู่ลิ่งอู๋เก่งกาจนักไม่ใช่หรือ เธออยากเห็นจริง ๆ ว่าหญิงบ้านนาคนนี้ นอกจากหน้าตาสวยแล้วจะมีอะไรเป็นชิ้นเป็นอันบ้าง
ครั้งนี้จี้ชุนเยี่ยนไม่ได้มีแค่การแสดง แต่ยังรับหน้าที่เป็นพิธีกรด้วย
เมื่อเห็นฟู่หลินชวนกับซู่ลิ่งอู๋นั่งเคียงกันอย่างหวานชื่น อีกฝ่ายเอาแต่ชำเลืองมองคนข้างกายเป็นระยะ ไม่สนใจการแสดงบนเวทีเลยสักนิด จี้ชุนเยี่ยนก็เต็มไปด้วยความริษยา
“บนเวทีมีการแสดงดี ๆ ตั้งเยอะ ยังดูไม่พออีกหรือไง เอาละ อย่าโห่ร้องกันเลย!”
ฟู่หลินชวนกุมมือซู่ลิ่งอู๋ไว้ แล้วปลอบเสียงเบา “ไม่ต้องกลัว มีฉันอยู่”
จี้ชุนเยี่ยนเห็นฟู่หลินชวนปกป้องซู่ลิ่งอู๋ขนาดนั้น ก็เม้มริมฝีปาก ก่อนจะฝืนยิ้มออกมา ทว่ารอยยิ้มไปไม่ถึงดวงตา “ผู้พันฟู่ อย่าใจแคบนักสิ!”
“ดูท่าเสียงปรบมือของทุกคนยังไม่เร้าใจพอ ถึงเชิญคนขึ้นมาไม่ได้สินะ!”
“ทุกคนช่วยปรบมือให้ดังกว่านี้หน่อยได้ไหม?”
