“ปัจเจกนิยม?”
“ฉันไปทำให้ผลประโยชน์ของใครเสียหายตรงไหน?”
“หรือทำให้ความปลอดภัยของพวกคุณตกอยู่ในอันตราย?”
“ฉันแค่กั้นม่านเอง ถึงกับต้องลงโทษฉันเลยหรือไง?”
“ช่วยอย่าตัดสินคนอื่นง่าย ๆ แค่เพราะคำพูดไม่กี่คำได้ไหม ฉันไม่ชอบให้คนนอกเห็นตอนเปลี่ยนเสื้อผ้า มันผิดตรงไหน?”
“นี่มันมีปัญหาตรงไหน ถ้าคุณชอบให้คนอื่นมอง ไม่กั้นม่านก็เป็นทางเลือกของคุณ แต่คุณจะห้ามฉันกั้นม่านเพียงเพราะตัวเองไม่กั้นไม่ได้ แบบนั้นต่างหากที่เรียกว่าปัจเจกนิยม คิดถึงแต่ความต้องการของตัวเอง ไม่สนใจความรู้สึกของคนอื่น”
เพิ่งเปิดเทอมวันแรกก็คิดจะมาสั่งสอนเธอแล้ว ซู่ลิ่งอู๋ไม่มีทางตามใจให้เป็นนิสัยหรอก
ในมหาวิทยาลัย ทุกคนมาจากทั่วทุกสารทิศ ขนบธรรมเนียมการใช้ชีวิต ความคิด และมุมมองต่างกันมาก เธอเข้าใจเรื่องนั้น แต่ไม่มีทางยอมให้ใครมายุ่งกับเรื่องของเธอ
“คุณ...คุณทำแบบนี้ไม่จำเป็นเลย พวกเราก็เป็นผู้หญิงด้วยกัน จะกลัวอะไรล่ะ แถม...มันสิ้นเปลืองเกินไปแล้ว ผ้าผืนนี้เอาไปตัดเสื้อได้ตั้งหลายชุด” หลิวกุ้ยฮวาเห็นม่านที่ซู่ลิ่งอู๋แขวนไว้บนเตียงก็รู้สึกอิจฉามาก
ผ้าสวยขนาดนี้ เธออยากซื้อแทบตายก็ยังซื้อไม่ได้ แต่อีกฝ่ายกลับเอามาทำม่านแขวนไว้เฉย ๆ
เตียงกว้างเก้าสิบเซนติเมตร ยาวหนึ่งเมตรเก้าสิบ ฟู่หลินชวนกลัวว่าภรรยาจะต้องแนบชิดกับเตียงสกปรก จึงใช้ผ้าคลุมไว้รอบด้าน แม้แต่ด้านในที่ชิดผนังก็ยังคลุมไว้ด้วย รวมความยาวรอบเตียงแล้วเกือบห้าเมตรหกสิบ ตัดเป็นเสื้อผ้าได้ตั้งสองชุด
“อะไรถึงเรียกว่าสิ้นเปลือง ของที่ซื้อมาเกินความจำเป็นต่างหากที่สิ้นเปลือง ส่วนของที่กินไม่หมด ใช้ไม่ทันแล้วโยนทิ้ง นั่นแหละถึงเรียกว่าสิ้นเปลือง ฉันใช้ของให้เกิดประโยชน์สูงสุด แล้วมันสิ้นเปลืองตรงไหน?”
