“นี่… ที่นี่บ้านของฉัน”
“ทำไมพวกเราจะอยู่ที่นี่ไม่ได้!” ยายแก่ยังคงเถียงข้าง ๆ คู ๆ เมื่อเผชิญหน้ากับซู่ลิ่งอู๋ คนตระกูลจ้าวย่อมรู้สึกผิดจนใจฝ่อ
ตอนนี้สวีเหมยลี่กับจ้าวกั๋วเย่ายังนอนอยู่โรงพยาบาลแท้ ๆ แต่พวกเขากลับยึดรังนกกางเขนไปหน้าตาเฉย
เพียงแต่คิดไม่ถึงจริง ๆ ว่าซู่ลิ่งอู๋ที่แต่งงานออกไปแล้วจะกลับมาได้อย่างไร
“หึ!”
ซู่ลิ่งอู๋โมโหจนหัวเราะออกมา
“จะให้ฉันเอาโฉนดบ้านมาให้ดูไหมว่ามีชื่อใครอยู่บนนั้น”
“บ้านหลังนี้… เป็นของฉัน ซู่ลิ่งอู๋ แต่เพียงผู้เดียว พวกตระกูลจ้าว… ไสหัวออกไปให้หมด!”
อารมณ์ที่กดข่มมาหลายวันพังทลายลงทันทีเมื่อเห็นสีหน้าของคนตระกูลจ้าว ซู่ลิ่งอู๋ตะโกนใส่พวกเขาอย่างเดือดดาล
ดวงตาแดงก่ำ
เธอจะต้องให้คนตระกูลจ้าวชดใช้!
ไม่ต้องถามก็รู้ สวีเหมยลี่กับจ้าวกั๋วเย่บาดเจ็บจนต้องเข้าโรงพยาบาล ต้องเกี่ยวข้องกับคนตระกูลจ้าวแน่
“คุณย่า นี่…”
คนตระกูลจ้าวเองก็คิดไม่ถึงว่าบ้านหลังนี้จะเป็นของซู่ลิ่งอู๋จริง ๆ พวกเขานึกว่าสวีเหมยลี่แอบเก็บเงินกินเงินเดือนไว้ซื้อ
หลายวันก่อน พวกเขาพบว่าสวีเหมยลี่พาลูกชายมาอยู่ในบ้านหลังงามขนาดนี้ แถมยังเป็นบ้านเดี่ยวมีลานส่วนตัวอีกด้วย
พื้นที่ก็กว้างกว่าบ้านปัจจุบันของตระกูลจ้าวมาก
ตอนแรกคิดว่าพวกเธอเช่าอยู่ แต่พอสอบถามดูก็รู้ว่าไม่ได้เช่า แต่ซื้อขาดเลยต่างหาก
คราวนี้เหมือนเอาไม้ไปแหย่รังแตนของตระกูลจ้าวเข้าให้ ทั้งบ้านมีคนอยู่แปดคน อัดกันในห้องแคบ ๆ ตอนกลางคืนแค่พลิกตัวก็ยังลำบาก แต่สวีเหมยลี่กลับซื้อบ้าน พาลูกชายมาเสวยสุขกันสองคน แล้วจะยอมได้อย่างไร!
เงินของสวีเหมยลี่ ตระกูลจ้าวก็ต้องมีส่วนแบ่งด้วย
หลายปีมานี้ หากไม่ได้ตระกูลจ้าวเลี้ยงดูเธอ เธอจะเก็บเงินได้มากขนาดนี้หรือ บ้านหลังนี้ตระกูลจ้าวต้องมีส่วนด้วยแน่นอน
