“หัวหน้าต่งคะ อาการของสหายซู่แบบนี้ไม่เป็นไปตามระเบียบหรือเปล่าคะ”
“เธอให้ยาคนไข้เองโดยพลการ แถมยังไม่รู้ด้วยว่ายาของเธอปลอดภัยหรือเปล่า ถ้าเกิดเรื่องขึ้นมา ใครจะรับผิดชอบคะ”
จางหานหลิงได้ยินหัวหน้าต่งเอ่ยชมซู่ลิ่งอู๋ไม่ขาดปาก ไม่มีคำตำหนิสักคำ ในใจก็รู้สึกไม่สบายใจอย่างมาก
หน่วยสนับสนุนทางการแพทย์ของพวกเขาต้องทำตามระเบียบ จะปล่อยให้ใครไม่รักษาคนไข้ก็ไม่ได้ และจะให้ยาคนไข้ตามใจชอบก็ไม่ได้ ยิ่งกรณีอย่างซู่ลิ่งอู๋ที่ไม่ผ่านการตรวจสอบ แล้วยังเอายาของตัวเองให้คนไข้กิน ก็ยิ่งไม่เหมาะสมเข้าไปใหญ่
โจวหนานได้ยินจางหานหลิงพูด ดวงตาเบิกกว้าง เธอบ้าไปแล้วหรือไง รีบดึงชายเสื้อจางหานหลิงเบา ๆ
นี่คิดจะทำอะไร ทำให้คนอื่นไม่พอใจแล้วจะได้ประโยชน์อะไร ทำไมพอเป็นเรื่องผู้ชายถึงได้เสียสติไปหมดแบบนี้
โจวหนานไม่เห็นว่าหลิวจื้อเฟิงจะดีตรงไหน เขาคล้ายกับผู้ชายใจดำไร้ความสัตย์ที่แม่เคยพูดถึง ทั้งดีกับทุกคน อ่อนโยนและสุภาพ ตอนแรกเธอเองก็คิดว่าคนแบบนี้ดี แต่แม่บอกว่าผู้ชายแบบนี้แต่งงานด้วยไม่ได้
ผู้ชายที่ดีกับทุกคนมักไร้หัวใจที่สุด ไม่รู้จักรักษาระยะห่างกับผู้หญิงคนไหนเลย ใครได้เป็นภรรยาของเขาก็ซวยไป
อีกอย่าง ฐานะทางบ้านของหลิวจื้อเฟิงก็ไม่ได้ดีนัก ที่เขาทำแบบนี้ก็เพียงแค่กั๊กทุกคนไว้ เพื่อคัดเลือกคนที่เหมาะสมที่สุดจากในหมู่พวกเธอ คนแบบนี้เห็นแก่ตัวและเลือดเย็น คิดถึงแต่ผลประโยชน์ของตัวเอง
โจวหนานคิดว่าแม่พูดถูกมาก ปกติเธอจึงพยายามหลบหน้าหลิวจื้อเฟิง
แต่จางหานหลิงกลับเป็นฝ่ายเข้าหาเขาอยู่ฝ่ายเดียว ครั้งนี้ที่มางานแลกเปลี่ยนสินค้ากว่างโจวและเข้าหน่วยสนับสนุนทางการแพทย์ เธอก็ต้องออกแรงไม่น้อยกว่าจะได้มาพร้อมหลิวจื้อเฟิง หวังจะกระชับความสัมพันธ์ แต่ไม่คิดเลยว่าหลิวจื้อเฟิงกลับสนใจซู่ลิ่งอู๋
