“น้องสะใภ้ ผมขอโทษจริง ๆ ผมเพิ่งรู้เรื่องเหมือนกัน เพราะผมคิดไม่รอบคอบ ทำให้ชื่อเสียงของน้องเสียหาย”
จ้าวหยานไคได้ยินว่าน้องสะใภ้เกิดเรื่อง ก็รีบมาหาทันที
วันนั้นจ้าวหยานไคไปรับซู่ลิ่งอู๋ เขาไม่ได้คิดอะไรให้มากความ ทุกคนก็เป็นครอบครัวเดียวกัน มีเรื่องอะไรก็คุยกันตรง ๆ ดีกว่า ไม่จำเป็นต้องให้ใครส่งข่าว เขาจึงให้คนขับรถไปที่โรงเรียนเพื่อเรียกตัวเธอออกมา
น้องสะใภ้ก็ตอบตกลงอย่างไม่ลังเล แต่คิดไม่ถึงว่าหลังจากพวกเขาออกไปแล้ว จะเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ใหญ่โตในโรงเรียน จ้าวหยานไครู้สึกผิดมาก
ถ้ารู้แต่แรก เขาคงให้ผู้บังคับบัญชาแจ้งทางโรงเรียนล่วงหน้า จะได้ให้ซู่ลิ่งอู๋เดินทางไปพร้อมกับคณะใหญ่
แต่เรื่องนี้ก็ช่วยไม่ได้ ตอนแรกไม่ได้ใส่ชื่อซู่ลิ่งอู๋ไว้ในรายชื่อหน่วยสนับสนุนทางการแพทย์ของงานแลกเปลี่ยนสินค้ากว่างโจว ทว่าคราวก่อนงานเกือบเกิดอุบัติเหตุ เพื่อความปลอดภัยจึงให้ทุกคนเสนอชื่อหมอที่มีความสามารถรอบด้านไว้สำรองอีกคน
จ้าวหยานไคนึกถึงซู่ลิ่งอู๋ น้องสะใภ้ของเขาขึ้นมา
แม้อายุยังน้อย แต่มีประสบการณ์มาก ทำงานอยู่ในครัวเรือนครอบครัวทหารของเขตทหารมาสองปี ตอนงานเลี้ยงฉลองปีใหม่ เขาได้ยินพ่อตากับคุณปู่พูดถึงซู่ลิ่งอู๋ว่าเธอเคยจัดหายาดี ๆ ให้เขตทหารไม่น้อย
ไม่ว่าจะรักษาคนหรือปรุงยา ฝีมือของผู้หญิงคนนี้ก็เก่งกาจ อีกทั้งยังสืบทอดวิชาฝังเข็มสิบสามเข็มเส้นลมปราณตูของตระกูลหลิวมา นี่ไม่ใช่ผู้สมัครที่เหมาะที่สุดหรอกหรือ
จ้าวหยานไคจึงเสนอชื่อซู่ลิ่งอู๋ให้ไปงานแลกเปลี่ยนสินค้ากว่างโจวทันที
เมื่อผู้บังคับบัญชาได้ยินชื่อซู่ลิ่งอู๋ ก็จำเธอได้เช่นกัน จึงพยักหน้าเห็นด้วย
จ้าวหยานไคถึงได้ไปที่โรงเรียนเพื่อรับเธอ
ซู่ลิ่งอู๋ก็ทำได้สมกับความคาดหวัง เธอโดดเด่นอย่างมากในงานแลกเปลี่ยนสินค้ากว่างโจว เพียงคนเดียวก็สร้างรายได้เป็นเงินตราต่างประเทศให้กับงานถึงสามแสนดอลลาร์สหรัฐ คนคนเดียวทำยอดได้เท่ากับคนงานหลายคน และเท่ากับผลผลิตหลายเดือน
