“ฉันจะโกหกหลอกเธอไปทำไม”
“เธอมีอะไรให้ฉันต้องเสียเวลาหลอกกัน ถ้าไม่ใช่เธอที่วิ่งมาเต้นแร้งเต้นกาตรงหน้าฉัน ฉันก็ไม่คิดจะสนใจเธอด้วยซ้ำ”
ซู่ลิ่งอู๋ทนมองท่าทางกำเริบเสิบสานของตู้ลี่เจวียนที่อยู่ต่อหน้าเธอไม่ไหวจริง ๆ
อยู่บ้านเกิดอย่างสงบเสงี่ยมไปก็พอแล้ว ต่อให้มาดูแลซู่ลิ่งถัง ก็ไม่จำเป็นต้องวิ่งมาแสดงตัวให้เธอเห็น
ในเมื่อหาเรื่องเธอแล้ว ก็เตรียมใจรับบาดแผลไว้ให้ดี
ยังคิดจะยัดข้อหาอกตัญญูให้เธออีกหรือ ฝันไปเถอะ!
ตู้ลี่เจวียนส่ายหน้า เธอไม่เชื่อ ไม่เชื่อว่าซู่อู๋จะปิดบังเรื่องใหญ่ขนาดนี้จากเธอ
เธอเป็นคนให้กำเนิดลูกชายคนเดียวแก่เขา ของทุกอย่างในบ้าน ทั้งบ้านและเงิน ในอนาคตก็ต้องเป็นของซู่จื่อเฉิง ลูกชายของเธอ แล้วซู่อู๋จะไม่บอกเธอได้อย่างไร
ตู้ลี่เจวียนภูมิใจมาตลอดที่ให้กำเนิดลูกชายแก่ซู่อู๋ ในสายตาเธอ ซู่อู๋ให้ความสำคัญกับลูกชายของเธอที่สุด
ถ้าไม่มีลูกชายของเธอ ตอนซู่อู๋ตายก็คงไม่มีใครจุดไฟเผากระถางตอนพ่อแม่ตายให้เขา จนต้องถูกคนอื่นหัวเราะเยาะไปทั้งชีวิต เธอจึงเป็นผู้มีพระคุณคนสำคัญของตระกูลซู
ต้องเป็นซู่ลิ่งอู๋ นังตัวดีนี่แน่ ๆ ที่จงใจยุแยงให้เธอกับซู่อู๋ผิดใจกัน
“ฮึ่ม ซู่ลิ่งอู๋ ต่อให้จะแต่งเรื่องก็ช่วยแต่งให้มันน่าเชื่อหน่อย ฉันเป็นเมียเขานะ ของในบ้านเพิ่มขึ้นหรือลดลง ฉันจะไม่รู้ได้ยังไง!”
บ้านก็มีพื้นที่แค่นี้ ซู่อู๋ไม่มีทางซ่อนของไว้ได้หรอก
ซู่ลิ่งถังได้ยินคำพูดของซู่ลิ่งอู๋แล้วก็ตกใจ แต่คิดไปคิดมา ก็ไม่น่าจะเป็นไปได้กระมัง
ซู่ลิ่งถังเองก็คิดว่าซู่จื่อเฉิงต่างหากที่ซู่อู๋รักมากที่สุด ถ้าซู่ลิ่งอู๋ส่งของกลับบ้าน จะไม่เก็บไว้ให้น้องชายได้อย่างไร
